PetGeneX คือธนาคารเซลล์ต้นกำเนิดสำหรับสัตว์เลี้ยง ที่ให้บริการฝากเก็บสเต็มเซลล์จากสัตว์เลี้ยงเพื่อปกป้องสุขภาพในระยะยาว และสร้างโอกาสในการดูแลรักษาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ด้วยมาตรฐานระดับสากล เรานำเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง มาผสานเข้ากับกระบวนการที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในมนุษย์ ปรับให้เหมาะสมกับระบบชีวภาพของสัตว์เลี้ยง โดยมุ่งเน้นการเก็บรักษาเซลล์ต้นกำเนิดจากแหล่งสำคัญ เช่น เลือด (Peripheral Blood) ไขมัน (Adipose Tissue) และสายสะดือ (Umbilical Cord)
เซลล์ที่เก็บไว้นี้สามารถนำมาใช้ในการฟื้นฟูสุขภาพ รักษาโรคเรื้อรัง ซ่อมแซมอวัยวะที่เสื่อมสภาพ ชะลอกระบวนการเสื่อมของร่างกาย และช่วยยืดอายุขัยของสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ห้องปฏิบัติการจัดเก็บเนื้อเยื่อและ
เซลล์ต้นกำเนิดสัตว์เลี้ยง PetgeneX
PetgeneX มุ่งเน้นด้านการเก็บรักษาเซลล์ต้นกำเนิดและบริการด้านพันธุกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ โดยรวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ากับความเข้าใจในสุขภาพสัตว์เลี้ยงอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่แห่งการดูแลและปกป้องอนาคตของสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก
ที่ PetgeneX เราให้บริการคัดแยก เพาะเลี้ยง และจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากสัตว์เลี้ยง ด้วยมาตรฐานระดับสากล เพื่อความปลอดภัย คุณภาพสูงสุด และความน่าเชื่อถือในทุกขั้นตอนของกระบวนการเราดำเนินงานภายใต้ระบบมาตรฐาน ISO 9001:2015 และ ISO 13485:2016 ซึ่งรับรองคุณภาพทั้งในด้านกระบวนการภายในและการจัดการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์ บริการของเรามีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย รองรับการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดได้นานสูงสุดถึง 20 ปี เหมาะสำหรับการใช้งานในอนาคตของสัตว์เลี้ยงที่คุณรักเรามุ่งมั่นในการส่งมอบบริการที่ดีที่สุด โดยคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ปลอดเชื้อ
ดำเนินการภายใต้สภาวะปลอดเชื้อในห้องปฏิบัติการ
กระบวนการทั้งหมดดำเนินการภายในห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อ ที่ควบคุมปริมาณอนุภาคตามมาตรฐาน Class 1,000 เพื่อลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนทางกายภาพ เคมี และชีวภาพอย่างมีประสิทธิภาพ
ปราศจากการปนเปื้อน
ระบบการคัดแยก จัดเก็บ และขยายจำนวนเซลล์ต้นกำเนิดแบบปราศจากสิ่งปนเปื้อนจากสิ่งมีชีวิตต่างสายพันธุ์ (Xeno-free) ลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการนำเซลล์ไปใช้ในการรักษา
Fresh cell
เซลล์ต้นกำเนิด จัดส่งในรูปแบบเซลล์สด (Fresh cell)
เพื่อคงคุณสมบัติทางชีวภาพสูงสุด ทุกรอบของการจัดส่งจะมีการแนบเอกสาร Certificate of Analysis (COA) เพื่อรับรองคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย
ให้บริการเก็บและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จากสัตว์เลี้ยงด้วยมาตรฐานสูงสุด
พัฒนานวัตกรรมห้องปฏิบัติการและระบบการจัดเก็บให้ปลอดภัยและพร้อมใช้งานจริง
ร่วมมือกับคลินิกและโรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง
สร้างความรู้และความเข้าใจเรื่องสเต็มเซลล์ในสัตว์เลี้ยงอย่างถูกต้องแก่สังคม
ขยายบริการให้ครอบคลุมทั้งครัวเรือนทั่วไปและฟาร์มผู้เพาะพันธุ์ เพื่อการดูแลระยะยาวที่ยั่งยืน



PetGeneX เราไม่เพียงแค่จัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิด แต่ยังเชี่ยวชาญในการเพาะเลี้ยงและเปลี่ยนทิศทางของเซลล์ ให้กลายเป็นเซลล์เฉพาะทางที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้รักษาอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
ช่วยฟื้นฟูระบบไหลเวียนโลหิต เช่น หัวใจ สมอง ไต และหลอดเลือดขนาดเล็กทั่วร่างกาย เหมาะกับโรคหลอดเลือดตีบ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือเบาหวาน
เหมาะสำหรับการ ฟื้นฟูข้อ กระดูก เส้นเอ็น และข้อต่อ เช่น ในสัตว์ที่มีภาวะข้อเสื่อม เส้นเอ็นบาดเจ็บ หรือปวดเข่าเรื้อรัง
ใช้ฟื้นฟูระบบประสาท เช่น ลดการอักเสบในสมอง ฟื้นตัวจากหลอดเลือดสมองตีบ ลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์หรือพาร์กินสัน
การจัดเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยมาตรฐานด้านห้องปฏิบัติการ ระบบควบคุมคุณภาพ และขั้นตอนการจัดเก็บที่เหมาะสม เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของเซลล์ในระยะยาว
ที่ PetGeneX กระบวนการเก็บ เพาะเลี้ยง และฝากเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง ดำเนินการภายใต้ระบบควบคุมคุณภาพในห้องปฏิบัติการ พร้อมมีการตรวจสอบคุณภาพของเซลล์ในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่การรับตัวอย่าง การคัดแยกเซลล์ การเพาะเลี้ยง ไปจนถึงการจัดเก็บในระบบอุณหภูมิต่ำมาก (Cryopreservation)
นอกจากนี้ การเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริการหลักของ PetGeneX ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดและการวางยาสลบ เนื่องจากเป็นวิธีที่มีความรุกรานต่ำ และไม่ต้องใช้สารกระตุ้นใด ๆ
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง
อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมในการเก็บสเต็มเซลล์หมาและแมว ควรได้รับการประเมินจากสัตวแพทย์ เนื่องจากสุขภาพ อายุ และโรคประจำตัวของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวอาจแตกต่างกัน
แพ็กเกจการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงของ PetGeneX มีหลายรูปแบบ
เพื่อให้เหมาะกับการดูแลสุขภาพของน้องในแต่ละครอบครัว

หากต้องการ “เก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง” ไม่ว่าจะเป็นสเต็มเซลล์หมาหรือสเต็มเซลล์แมว เจ้าของควรเตรียมข้อมูลสุขภาพและตรวจประเมินเบื้องต้นกับสัตวแพทย์ เพื่อช่วยประเมินความเหมาะสมของการเก็บเซลล์
การเตรียมตัวอาจแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บสเต็มเซลล์ เช่น การเก็บจากเลือด ไขมัน หรือสายสะดือ
การเตรียมตัวก่อนเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง
1. ตรวจสุขภาพเบื้องต้นกับสัตวแพทย์
สัตวแพทย์จะประเมินสุขภาพโดยรวม อายุ โรคประจำตัว ภาวะอักเสบ หรือการติดเชื้อ เพื่อดูว่าน้องเหมาะกับการเก็บสเต็มเซลล์หรือไม่
2. เตรียมข้อมูลสุขภาพของสัตว์เลี้ยง
เช่น
- อายุ
- น้ำหนัก
- ประวัติการรักษา
- โรคประจำตัว
- ยาที่ใช้อยู่
- ประวัติการผ่าตัดหรือโรคเรื้อรัง
การเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ (Stem Cell Expansion) คือกระบวนการเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์ในห้องปฏิบัติการ ภายใต้การควบคุมคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อให้ได้จำนวนเซลล์ที่เพียงพอสำหรับการฝากเก็บและการนำไปใช้ในอนาคต
หลังจากเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสเต็มเซลล์จากเลือด สเต็มเซลล์จากไขมัน หรือสเต็มเซลล์จากสายสะดือ
เซลล์จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยก ตรวจสอบคุณภาพ และเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนในห้องปฏิบัติการ
เนื่องจากจำนวนสเต็มเซลล์ที่ได้จากการเก็บครั้งแรกอาจมีไม่มากเพียงพอต่อการใช้งาน การเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์ให้เหมาะสมสำหรับการฝากเก็บระยะยาว และเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานในอนาคต ภายใต้ดุลยพินิจของสัตวแพทย์
ทำไมการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จึงสำคัญ?
- ช่วยเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์ให้เพียงพอ
- ช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานในอนาคต
- ช่วยคัดเลือกและดูแลคุณภาพของเซลล์
- ทำให้การเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- เป็นขั้นตอนสำคัญของการฝากเก็บสเต็มเซลล์หมาและแมว
PetGeneX ให้บริการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงภายใต้มาตรฐานห้องปฏิบัติการ เพื่อช่วยดูแลคุณภาพ ความสะอาด และความเหมาะสมของเซลล์สำหรับการฝากเก็บระยะยาว
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ “เก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง” คือ ช่วงที่น้องหมาหรือน้องแมวยังสุขภาพแข็งแรง และอายุยังไม่มาก
เนื่องจากเมื่อสัตว์เลี้ยงอายุมากขึ้น หรือเริ่มมีโรคประจำตัว ภาวะอักเสบ หรือภาวะเสื่อมต่าง ๆ คุณภาพและจำนวนของสเต็มเซลล์ตามธรรมชาติอาจลดลงตามอายุ ทำให้การเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่ช่วงที่ร่างกายยังสมบูรณ์ อาจช่วยคงคุณภาพของเซลล์ไว้ได้ดีกว่าในระยะยาว
เจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากจึงเลือกเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก วัยโตเต็มวัย หรือก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ
เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพในอนาคต
ช่วงเวลาที่นิยมเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง
โดยเฉพาะการเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด ซึ่งเป็นนวัตกรรมของ PetGeneX ช่วยให้สามารถเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องวางยา และเหมาะสำหรับการวางแผนสุขภาพระยะยาวตั้งแต่วันที่น้องยังแข็งแรง
สามารถเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงได้ในบางกรณี แม้ว่าน้องหมาหรือน้องแมวจะมีโรคประจำตัวหรือมีภาวะเจ็บป่วยอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมในการ “เก็บสเต็มเซลล์หมา” หรือ “เก็บสเต็มเซลล์แมว” จะขึ้นอยู่กับชนิดของโรค อายุ สุขภาพโดยรวม และการประเมินของสัตวแพทย์
ในสัตว์เลี้ยงที่มีภาวะอักเสบเรื้อรัง โรคเรื้อรัง หรือมีอายุมาก คุณภาพและจำนวนของสเต็มเซลล์อาจลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ร่างกายยังแข็งแรง ดังนั้น การเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่ก่อนป่วยจึงมักเป็นช่วงที่เหมาะสมกว่าในด้านคุณภาพของเซลล์
อย่างไรก็ตาม ในบางเคส สัตวแพทย์อาจยังสามารถพิจารณาเก็บและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ได้ ขึ้นอยู่กับผลตรวจสุขภาพ และความเหมาะสมของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
กรณีที่ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเก็บสเต็มเซลล์
- ภาวะติดเชื้อรุนแรง
- โรคทางเลือดบางประเภท
- ภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ
- สัตว์เลี้ยงที่มีภาวะร่างกายอ่อนแอมาก
PetGeneX และทีมสัตวแพทย์จะช่วยประเมินว่าน้องเหมาะกับการเก็บสเต็มเซลล์หรือไม่ และแนะนำแนวทางที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
PetGeneX ให้บริการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงสำหรับน้องหมาและน้องแมว จาก 3 แหล่งหลัก โดยแต่ละแหล่งมีข้อดีและความเหมาะสมแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยง
1. สเต็มเซลล์จากเลือด
PetGeneX คือเจ้าแรกในประเทศไทย ที่สามารถเก็บและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์เมเซนไคม์ (Mesenchymal Stem Cells: MSCs) จากเลือดของสัตว์เลี้ยงได้สำเร็จ
การเก็บสเต็มเซลล์หมาและสเต็มเซลล์แมวจากเลือด เป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดความกังวลเรื่องการผ่าตัด เพราะไม่ต้องวางยา ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องใช้สารกระตุ้นใด ๆ ทำให้เป็นกระบวนการที่สะดวก ปลอดภัย และมีความรุกรานต่ำ
เหมาะสำหรับเจ้าของที่ต้องการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงตั้งแต่วันที่น้องยังแข็งแรง โดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัดหรือเก็บไขมัน
ข้อดี
- ไม่ต้องผ่าตัด
- ไม่ต้องวางยาสลบ
- แผลเล็ก ฟื้นตัวไว
- เหมาะสำหรับการเก็บสเต็มเซลล์เชิงป้องกันในอนาคต
2. สเต็มเซลล์จากไขมัน
การเก็บสเต็มเซลล์จากไขมัน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมในวงการสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง โดยเก็บจากเนื้อเยื่อไขมันบริเวณช่องท้องของสัตว์เลี้ยง
กระบวนการนี้จำเป็นต้องมีการวางยาสลบและผ่าตัด เพื่อเก็บเนื้อเยื่อไขมันสำหรับนำเข้าสู่กระบวนการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ในห้องปฏิบัติการ
เหมาะสำหรับเจ้าของที่มีแผนทำหมันให้น้องอยู่แล้ว และต้องการเก็บสเต็มเซลล์ร่วมในการวางยาครั้งเดียว
ข้อดี
- เป็นแหล่งที่พบสเต็มเซลล์ได้ในปริมาณค่อนข้างสูง
- สามารถเก็บร่วมกับการผ่าตัดอื่นได้
3. สเต็มเซลล์จากสายสะดือแรกเกิด
เป็นการเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือของลูกสุนัขหรือลูกแมวแรกเกิด ซึ่งถือเป็นแหล่งเซลล์ที่มีความอ่อนวัยสูง และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต
อย่างไรก็ตาม การเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือสามารถทำได้เฉพาะในช่วงเวลาคลอดเท่านั้น จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนล่วงหน้า
เหมาะสำหรับเจ้าของ ฟาร์มเพาะพันธุ์ หรือผู้เพาะเลี้ยงที่ต้องการยกระดับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง และเพิ่มทางเลือกด้านสเต็มเซลล์ให้กับลูกค้าในอนาคต
ข้อดี
- เซลล์มีความอ่อนวัยสูง
- เป็นการเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่แรกเกิด
- เหมาะสำหรับการวางแผนสุขภาพระยะยาว
การเลือกแหล่งเก็บสเต็มเซลล์หมาหรือสเต็มเซลล์แมว ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และความเหมาะสมของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
โดยสัตวแพทย์และทีมงาน PetGeneX จะช่วยประเมินและแนะนำแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ
การเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่ของการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง ที่ช่วยให้เจ้าของสามารถ “เก็บสเต็มเซลล์หมา” หรือ “เก็บสเต็มเซลล์แมว” ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
PetGeneX คือเจ้าแรกในประเทศไทยที่สามารถเก็บและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์เมเซนไคม์ (MSCs) จากเลือดของสัตว์เลี้ยงได้สำเร็จ และเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนได้เพียงพอต่อความต้องการนำมาใช้ฟื้นฟูร่างกาย โดยการเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด
ไม่ต้องวางยาสลบ ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องใช้สารกระตุ้น ทำให้เป็นวิธีที่สะดวก ปลอดภัย และมีความรุกรานต่ำกว่าการเก็บจากไขมัน
การเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด เหมาะสำหรับเจ้าของที่ต้องการวางแผนสุขภาพระยะยาวให้สัตว์เลี้ยงตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของไม่ต้องการให้ผ่านการผ่าตัดหรือดมยาสลบ
ข้อดีของการเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด
- ไม่ต้องผ่าตัด
- ไม่ต้องวางยาสลบ
- ไม่ต้องใช้สารกระตุ้นเซลล์
- แผลเล็ก ฟื้นตัวไว
- ลดความกังวลเรื่องภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
- สามารถเก็บได้ตั้งแต่น้องยังสุขภาพดี
เหมาะสำหรับการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงเชิงป้องกันในอนาคต
ปัจจุบัน การเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง เพราะช่วยให้เจ้าของเข้าถึงการเก็บสเต็มเซลล์ได้ง่ายขึ้น และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการวางแผนดูแลสุขภาพของน้องในระยะยาว
เจ้าของสามารถติดต่อ PetGeneX เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง โดยทีมงานจะช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเก็บสเต็มเซลล์ที่เหมาะสมสำหรับน้องหมาและน้องแมวแต่ละตัว
หลังจากนั้น PetGeneX จะช่วยประสานงานนัดหมายกับโรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิกพาร์ทเนอร์ เพื่อให้สัตวแพทย์ประเมินสุขภาพเบื้องต้น และพิจารณาความเหมาะสมในการเก็บสเต็มเซลล์
เมื่อผ่านการประเมินแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างสเต็มเซลล์ตามวิธีที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเก็บจากเลือด ไขมัน หรือสายสะดือ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยก ตรวจสอบคุณภาพ เพาะเลี้ยง และฝากเก็บภายใต้มาตรฐานห้องปฏิบัติการของ PetGeneX เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานในอนาคต
และโรงพยาบาลสัตว์พาร์ทเนอร์อีกหลายแห่งทั่วประเทศ
ทั้งนี้ เครือข่ายพาร์ทเนอร์ของ PetGeneX มีการขยายเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถเข้าถึงบริการเก็บสเต็มเซลล์หมาและสเต็มเซลล์แมวได้สะดวกมากขึ้นทั่วประเทศไทย