หากต้องการ “เก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง” ไม่ว่าจะเป็นสเต็มเซลล์หมาหรือสเต็มเซลล์แมว เจ้าของควรเตรียมข้อมูลสุขภาพและตรวจประเมินเบื้องต้นกับสัตวแพทย์ เพื่อช่วยประเมินความเหมาะสมของการเก็บเซลล์
การเตรียมตัวอาจแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บสเต็มเซลล์ เช่น การเก็บจากเลือด ไขมัน หรือสายสะดือ
การเตรียมตัวก่อนเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง
1. ตรวจสุขภาพเบื้องต้นกับสัตวแพทย์
สัตวแพทย์จะประเมินสุขภาพโดยรวม อายุ โรคประจำตัว ภาวะอักเสบ หรือการติดเชื้อ เพื่อดูว่าน้องเหมาะกับการเก็บสเต็มเซลล์หรือไม่
2. เตรียมข้อมูลสุขภาพของสัตว์เลี้ยง
เช่น
- อายุ
- น้ำหนัก
- ประวัติการรักษา
- โรคประจำตัว
- ยาที่ใช้อยู่
- ประวัติการผ่าตัดหรือโรคเรื้อรัง
การเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ (Stem Cell Expansion) คือกระบวนการเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์ในห้องปฏิบัติการ ภายใต้การควบคุมคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อให้ได้จำนวนเซลล์ที่เพียงพอสำหรับการฝากเก็บและการนำไปใช้ในอนาคต
หลังจากเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสเต็มเซลล์จากเลือด สเต็มเซลล์จากไขมัน หรือสเต็มเซลล์จากสายสะดือ
เซลล์จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยก ตรวจสอบคุณภาพ และเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนในห้องปฏิบัติการ
เนื่องจากจำนวนสเต็มเซลล์ที่ได้จากการเก็บครั้งแรกอาจมีไม่มากเพียงพอต่อการใช้งาน การเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์ให้เหมาะสมสำหรับการฝากเก็บระยะยาว และเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานในอนาคต ภายใต้ดุลยพินิจของสัตวแพทย์
ทำไมการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์จึงสำคัญ?
- ช่วยเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์ให้เพียงพอ
- ช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานในอนาคต
- ช่วยคัดเลือกและดูแลคุณภาพของเซลล์
- ทำให้การเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- เป็นขั้นตอนสำคัญของการฝากเก็บสเต็มเซลล์หมาและแมว
PetGeneX ให้บริการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงภายใต้มาตรฐานห้องปฏิบัติการ เพื่อช่วยดูแลคุณภาพ ความสะอาด และความเหมาะสมของเซลล์สำหรับการฝากเก็บระยะยาว