ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ “เก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง” คือ ช่วงที่น้องหมาหรือน้องแมวยังสุขภาพแข็งแรง และอายุยังไม่มาก
เนื่องจากเมื่อสัตว์เลี้ยงอายุมากขึ้น หรือเริ่มมีโรคประจำตัว ภาวะอักเสบ หรือภาวะเสื่อมต่าง ๆ คุณภาพและจำนวนของสเต็มเซลล์ตามธรรมชาติอาจลดลงตามอายุ ทำให้การเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่ช่วงที่ร่างกายยังสมบูรณ์ อาจช่วยคงคุณภาพของเซลล์ไว้ได้ดีกว่าในระยะยาว
เจ้าของสัตว์เลี้ยงจำนวนมากจึงเลือกเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก วัยโตเต็มวัย หรือก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ
เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสุขภาพในอนาคต
ช่วงเวลาที่นิยมเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง
โดยเฉพาะการเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด ซึ่งเป็นนวัตกรรมของ PetGeneX ช่วยให้สามารถเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องวางยา และเหมาะสำหรับการวางแผนสุขภาพระยะยาวตั้งแต่วันที่น้องยังแข็งแรง
สามารถเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงได้ในบางกรณี แม้ว่าน้องหมาหรือน้องแมวจะมีโรคประจำตัวหรือมีภาวะเจ็บป่วยอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมในการ “เก็บสเต็มเซลล์หมา” หรือ “เก็บสเต็มเซลล์แมว” จะขึ้นอยู่กับชนิดของโรค อายุ สุขภาพโดยรวม และการประเมินของสัตวแพทย์
ในสัตว์เลี้ยงที่มีภาวะอักเสบเรื้อรัง โรคเรื้อรัง หรือมีอายุมาก คุณภาพและจำนวนของสเต็มเซลล์อาจลดลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ร่างกายยังแข็งแรง ดังนั้น การเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่ก่อนป่วยจึงมักเป็นช่วงที่เหมาะสมกว่าในด้านคุณภาพของเซลล์
อย่างไรก็ตาม ในบางเคส สัตวแพทย์อาจยังสามารถพิจารณาเก็บและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ได้ ขึ้นอยู่กับผลตรวจสุขภาพ และความเหมาะสมของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
กรณีที่ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเก็บสเต็มเซลล์
- ภาวะติดเชื้อรุนแรง
- โรคทางเลือดบางประเภท
- ภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ
- สัตว์เลี้ยงที่มีภาวะร่างกายอ่อนแอมาก
PetGeneX และทีมสัตวแพทย์จะช่วยประเมินว่าน้องเหมาะกับการเก็บสเต็มเซลล์หรือไม่ และแนะนำแนวทางที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
PetGeneX ให้บริการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงสำหรับน้องหมาและน้องแมว จาก 3 แหล่งหลัก โดยแต่ละแหล่งมีข้อดีและความเหมาะสมแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยง
1. สเต็มเซลล์จากเลือด
PetGeneX คือเจ้าแรกในประเทศไทย ที่สามารถเก็บและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์เมเซนไคม์ (Mesenchymal Stem Cells: MSCs) จากเลือดของสัตว์เลี้ยงได้สำเร็จ
การเก็บสเต็มเซลล์หมาและสเต็มเซลล์แมวจากเลือด เป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดความกังวลเรื่องการผ่าตัด เพราะไม่ต้องวางยา ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องใช้สารกระตุ้นใด ๆ ทำให้เป็นกระบวนการที่สะดวก ปลอดภัย และมีความรุกรานต่ำ
เหมาะสำหรับเจ้าของที่ต้องการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงตั้งแต่วันที่น้องยังแข็งแรง โดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัดหรือเก็บไขมัน
ข้อดี
- ไม่ต้องผ่าตัด
- ไม่ต้องวางยาสลบ
- แผลเล็ก ฟื้นตัวไว
- เหมาะสำหรับการเก็บสเต็มเซลล์เชิงป้องกันในอนาคต
2. สเต็มเซลล์จากไขมัน
การเก็บสเต็มเซลล์จากไขมัน เป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมในวงการสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง โดยเก็บจากเนื้อเยื่อไขมันบริเวณช่องท้องของสัตว์เลี้ยง
กระบวนการนี้จำเป็นต้องมีการวางยาสลบและผ่าตัด เพื่อเก็บเนื้อเยื่อไขมันสำหรับนำเข้าสู่กระบวนการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ในห้องปฏิบัติการ
เหมาะสำหรับเจ้าของที่มีแผนทำหมันให้น้องอยู่แล้ว และต้องการเก็บสเต็มเซลล์ร่วมในการวางยาครั้งเดียว
ข้อดี
- เป็นแหล่งที่พบสเต็มเซลล์ได้ในปริมาณค่อนข้างสูง
- สามารถเก็บร่วมกับการผ่าตัดอื่นได้
3. สเต็มเซลล์จากสายสะดือแรกเกิด
เป็นการเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือของลูกสุนัขหรือลูกแมวแรกเกิด ซึ่งถือเป็นแหล่งเซลล์ที่มีความอ่อนวัยสูง และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิต
อย่างไรก็ตาม การเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือสามารถทำได้เฉพาะในช่วงเวลาคลอดเท่านั้น จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนล่วงหน้า
เหมาะสำหรับเจ้าของ ฟาร์มเพาะพันธุ์ หรือผู้เพาะเลี้ยงที่ต้องการยกระดับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง และเพิ่มทางเลือกด้านสเต็มเซลล์ให้กับลูกค้าในอนาคต
ข้อดี
- เซลล์มีความอ่อนวัยสูง
- เป็นการเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่แรกเกิด
- เหมาะสำหรับการวางแผนสุขภาพระยะยาว
การเลือกแหล่งเก็บสเต็มเซลล์หมาหรือสเต็มเซลล์แมว ขึ้นอยู่กับอายุ สุขภาพ และความเหมาะสมของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว
โดยสัตวแพทย์และทีมงาน PetGeneX จะช่วยประเมินและแนะนำแนวทางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ
การเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมใหม่ของการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง ที่ช่วยให้เจ้าของสามารถ “เก็บสเต็มเซลล์หมา” หรือ “เก็บสเต็มเซลล์แมว” ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
PetGeneX คือเจ้าแรกในประเทศไทยที่สามารถเก็บและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์เมเซนไคม์ (MSCs) จากเลือดของสัตว์เลี้ยงได้สำเร็จ และเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนได้เพียงพอต่อความต้องการนำมาใช้ฟื้นฟูร่างกาย โดยการเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด
ไม่ต้องวางยาสลบ ไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องใช้สารกระตุ้น ทำให้เป็นวิธีที่สะดวก ปลอดภัย และมีความรุกรานต่ำกว่าการเก็บจากไขมัน
การเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด เหมาะสำหรับเจ้าของที่ต้องการวางแผนสุขภาพระยะยาวให้สัตว์เลี้ยงตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของไม่ต้องการให้ผ่านการผ่าตัดหรือดมยาสลบ
ข้อดีของการเก็บสเต็มเซลล์จากเลือด
- ไม่ต้องผ่าตัด
- ไม่ต้องวางยาสลบ
- ไม่ต้องใช้สารกระตุ้นเซลล์
- แผลเล็ก ฟื้นตัวไว
- ลดความกังวลเรื่องภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
- สามารถเก็บได้ตั้งแต่น้องยังสุขภาพดี
เหมาะสำหรับการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงเชิงป้องกันในอนาคต
ปัจจุบัน การเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง เพราะช่วยให้เจ้าของเข้าถึงการเก็บสเต็มเซลล์ได้ง่ายขึ้น และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการวางแผนดูแลสุขภาพของน้องในระยะยาว
เจ้าของสามารถติดต่อ PetGeneX เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง โดยทีมงานจะช่วยให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเก็บสเต็มเซลล์ที่เหมาะสมสำหรับน้องหมาและน้องแมวแต่ละตัว
หลังจากนั้น PetGeneX จะช่วยประสานงานนัดหมายกับโรงพยาบาลสัตว์หรือคลินิกพาร์ทเนอร์ เพื่อให้สัตวแพทย์ประเมินสุขภาพเบื้องต้น และพิจารณาความเหมาะสมในการเก็บสเต็มเซลล์
เมื่อผ่านการประเมินแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างสเต็มเซลล์ตามวิธีที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการเก็บจากเลือด ไขมัน หรือสายสะดือ ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการคัดแยก ตรวจสอบคุณภาพ เพาะเลี้ยง และฝากเก็บภายใต้มาตรฐานห้องปฏิบัติการของ PetGeneX เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานในอนาคต