แชร์

เก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง ต้องทำตอนแรกเกิดเท่านั้นจริงไหม?

อัพเดทล่าสุด: 8 เม.ย. 2026
15 ผู้เข้าชม

ไขข้อสงสัย เก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง ต้องทำตอนแรกเกิดเท่านั้นจริงไหม?


หลายบ้านอาจเคยรู้สึก “เสียดาย” ที่ไม่ได้เก็บ สเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง ตั้งแต่ช่วงแรกเกิด เพราะทราบว่าสเต็มเซลล์มีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูร่างกาย ลดการอักเสบ และสนับสนุนคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะในภาวะสุขภาพที่พบได้บ่อยในสัตว์เลี้ยง เช่น โรคข้อเสื่อม โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ รวมถึงภาวะอักเสบต่าง ๆ ในร่างกาย สเต็มเซลล์จึงถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งใน “แนวทางการฟื้นฟู” เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของร่างกาย และดูแลคุณภาพชีวิตของสัตว์เลี้ยงในระยะยาว

ทั้งนี้ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู (Regenerative Medicine) ในปัจจุบัน การเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงแรกเกิดอีกต่อไป เป็นข่าวดีที่พ่อหมาแมวสามารถวางแผนการเก็บสเต็มเซลล์ได้มากกว่า 1 ช่วงชีวิต และเลือกแหล่งของสเต็มเซลล์ให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวได้

โดยแหล่งของ สเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง ที่นิยมในปัจจุบัน มี 3 แหล่งหลัก ได้แก่

  • สเต็มเซลล์จากสายสะดือ (Umbilical Cord Stem Cells)
  • สเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน (Adipose-Derived Stem Cells)
  • สเต็มเซลล์จากเลือด (Blood-Derived Stem Cells)

แต่ละแหล่งมีจุดเด่น ช่วงเวลาที่เหมาะสม และวิธีการจัดเก็บที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นช่วงแรกเกิด ช่วงวัยเจริญเติบโต หรือแม้แต่ในสัตว์เลี้ยงที่โตเต็มวัยแล้ว ก็ยังสามารถวางแผนการเก็บสเต็มเซลล์ได้อย่างเหมาะสม

และด้วยโอกาสนี้ PetGeneX จะพาคุณพ่อคุณแม่ มาทำความรู้จักกับสเต็มเซลล์จากแต่ละแหล่งอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการดูแลสุขภาพระยะยาวของสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก

 

เก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงได้จากไหนบ้าง?เก็บสเต็มเซลล์จากไหนได้บ้าง?

 

แหล่งที่ 1 สเต็มเซลล์จากสายสะดือ (Umbilical Cord Stem Cells)

สเต็มเซลล์จากสายสะดือ ถือเป็นหนึ่งในแหล่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากเป็นเซลล์ที่มี “ความอ่อนวัย” และมีความบริสุทธิ์สูง เซลล์จากแหล่งนี้ยังไม่ผ่านการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมหรือมลภาวะต่าง ๆ จึงมีศักยภาพในการฟื้นฟู (Regenerative Potential) ที่โดดเด่น ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการ เก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดูแลสุขภาพในอนาคต

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสเต็มเซลล์สายสะดือ
การเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือมีข้อจำกัดสำคัญ คือสามารถทำได้เฉพาะในช่วงเวลาที่สัตว์เลี้ยง “แรกเกิด” เท่านั้น เพื่อให้ได้ตัวอย่างที่สะอาดและปลอดเชื้อ จึงควรมีการวางแผนล่วงหน้า และทำการเก็บในสถานพยาบาล ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

และถือเป็น “โอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิต” ในการเก็บสเต็มเซลล์ที่มีคุณภาพสูงที่สุดของสัตว์เลี้ยง

เหมาะสำหรับ

  • ลูกสัตว์แรกเกิด
  • เจ้าของที่มีแผนเพาะพันธุ์และต้องการดูแลสุขภาพระยะยาวตั้งแต่ต้น
  • ฟาร์มหรือผู้เพาะพันธุ์ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์เลี้ยง

สเต็มเซลล์สายสะดือคืออะไร?

 

แหล่งที่ 2 สเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน (Adipose-Derived Stem Cells)

สเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน เป็นอีกหนึ่งแหล่งที่ได้รับความนิยม เนื่องจากสามารถจัดเก็บได้สะดวก และมีปริมาณสเต็มเซลล์ในเนื้อเยื่อค่อนข้างสูงโดยเฉพาะในกรณีที่สัตว์เลี้ยงมีแผนเข้ารับการผ่าตัดอยู่แล้ว เช่น การทำหมัน หรือหัตถการอื่น ๆ เจ้าของสามารถเลือก เก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงจากไขมันได้ในขั้นตอนเดียวกัน โดยไม่เพิ่มความซับซ้อนของการผ่าตัด

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสเต็มเซลล์ไขมัน
การเก็บสเต็มเซลล์จากไขมันจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การวางยาสลบ จึงเหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีสุขภาพแข็งแรง และอยู่ในช่วงวัยที่สามารถรับการผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย โดยทั่วไปมักแนะนำในช่วงวัยรุ่นหรือวัยโตตอนต้น เนื่องจากหากสัตว์เลี้ยงมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอายุประมาณ 7 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงจากการวางยาสลบและการผ่าตัดอาจเพิ่มขึ้น จึงควรพิจารณาอย่างเหมาะสมเป็นรายกรณี

เหมาะสำหรับ

  • สัตว์เลี้ยงที่มีแผนทำหมันหรือผ่าตัดอยู่แล้ว
  • สัตว์เลี้ยงวัยรุ่นหรือวัยโตที่มีสุขภาพแข็งแรง
  • เจ้าของที่ต้องการเก็บสเต็มเซลล์โดยไม่ต้องเพิ่มขั้นตอนการผ่าตัด

สเต็มเซลล์ไขมันคืออะไร?

 

แหล่งที่ 3 สเต็มเซลล์จากเลือด (Blood-Derived Stem Cells)

สเต็มเซลล์จากเลือด ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่ช่วยเปิดโอกาสให้เจ้าของสามารถเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงได้ง่ายขึ้น PetGeneX เราเป็นหนึ่งในองค์กรแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถเพาะเลี้ยง Mesenchymal Stem Cells (MSCs) จากเลือดสัตว์เลี้ยงได้สำเร็จ โดยไม่ต้องใช้ยากระตุ้น (Growth Factor Stimulation) ด้วยเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเซลล์เฉพาะทาง ทำให้แม้ในเลือดจะมีสเต็มเซลล์ในปริมาณน้อย ก็สามารถนำมาเพิ่มจำนวน (Cell Expansion) ให้เพียงพอสำหรับการนำไปใช้ในการฟื้นฟูในอนาคตได้

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของวิธีนี้คือ ไม่ต้องวางยาสลบ และไม่ต้องผ่าตัด การเก็บตัวอย่างทำได้ง่าย เพียงเจาะเลือดในปริมาณเล็กน้อยประมาณ 2–5 cc
ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับการตรวจสุขภาพทั่วไป สัตว์เลี้ยงสามารถกลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น และไม่เพิ่มความเสี่ยงจากหัตถการ

นอกจากนี้ การเก็บ สเต็มเซลล์จากเลือดสัตว์เลี้ยง ยังสามารถทำได้ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมาก

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสเต็มเซลล์จากเลือด
เพื่อให้ได้เซลล์ที่มีคุณภาพสูง PetGeneX แนะนำให้เก็บในช่วงที่สัตว์เลี้ยงยังมีสุขภาพแข็งแรง เนื่องจากเซลล์ในช่วงวัยดังกล่าว จะมีศักยภาพในการฟื้นฟูที่ดีกว่าและมีความสามารถในการเพิ่มจำนวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เหมาะสำหรับ

  • สัตว์เลี้ยงทุกช่วงวัย
  • เจ้าของที่ไม่ต้องการให้สัตว์เลี้ยงผ่าตัดหรือวางยาสลบ
  • สัตว์เลี้ยงที่พลาดการเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่แรกเกิด
  • เจ้าของที่ต้องการเริ่มวางแผนสุขภาพระยะยาวได้ทันที

สเต็มเซลล์จากเลือดคืออะไร?

 

ควรเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง "ตอนไหน" ดีที่สุด?

คำตอบสั้นๆ คือ เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ขณะที่น้องยังแข็งแรง เพราะงานวิจัยจาก Jeju National University (2025) ยืนยันว่า MSCs ในสัตว์อายุน้อย proliferate ได้เร็วกว่าสัตว์อายุมากถึง 2.4 เท่า และมี differentiation potential สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง (FAQs)


Q: เก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงราคาเท่าไหร่?
A: การเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจัดเก็บ และรูปแบบการเตรียมเซลล์

PetGeneX ได้ออกแบบแพ็กเกจให้ครอบคลุมความต้องการของ Pet Parents ตั้งแต่การเริ่มต้นทดลอง ไปจนถึงการวางแผนสุขภาพระยะยาว โดยแพ็กเกจทั้งหมด ครอบคลุมทั้งกระบวนการจัดเก็บ การเพาะเลี้ยงเบื้องต้น รวมถึงการออกใบรับรองคุณภาพเซลล์ (COA: Certificate of Analysis)

 

ราคาเก็บสเต็มเซลล์

 

แพ็กเกจการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง

1️⃣ Stem First ราคา 22,900 บาท (1 ปี)
เหมาะสำหรับเจ้าของที่ต้องการเริ่มต้นทดลองเก็บระยะสั้นหรือสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมากแล้ว

2️⃣ Stem Protect ราคา 29,900 บาท (5 ปี)
เหมาะสำหรับเจ้าของที่ต้องการวางแผนดูแลสุขภาพล่วงหน้า สำหรับสัตว์เลี้ยงที่เริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุแต่ยังแข็งแรง

3️⃣ Stem Ever ราคา 39,900 บาท (ตลอดชีพ)
เหมาะสำหรับเจ้าของที่ต้องการความอุ่นใจระยะยาว โดยไม่ต้องต่อสัญญาในอนาคต


4️⃣ Stem Elite ราคา 79,900 บาท (ตลอดชีพ + 20 ล้านเซลล์)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า พร้อมเซลล์ที่ผ่านการเพาะเลี้ยงและจัดเตรียมไว้ใช้งาน

5️⃣ Stem Ultimate ราคา 195,000 บาท (ตลอดชีพ + 50 ล้านเซลล์)
เหมาะสำหรับการวางแผนดูแลสุขภาพเชิงลึกหรือสัตว์เลี้ยงสายพันธุ์ใหญ่ที่อาจต้องใช้ปริมาณเซลล์มากขึ้น

หมายเหตุ
ทุกแพ็กเกจรวมค่าเก็บตัวอย่าง ค่าเตรียมเซลล์เบื้องต้น และใบรับรองคุณภาพ (COA) เพื่อยืนยันความพร้อมของเซลล์สำหรับการใช้งานในอนาคต

 

Q: สเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง สามารถใช้ดูแลหรือฟื้นฟูในภาวะใดได้บ้าง?
A: สเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง (Mesenchymal Stem Cells: MSCs) ถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในแนวทางการฟื้นฟู เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของร่างกาย ลดการอักเสบ และดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยสามารถนำมาใช้ร่วมกับการรักษาหลัก ในภาวะสุขภาพที่พบได้หลากหลาย เช่น

  • โรคข้อเสื่อม และข้ออักเสบ
  • เอ็นอักเสบ เอ็นฉีกขาด และการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ
  • โรคไตเรื้อรัง และไตอักเสบ
  • โรคหัวใจ เช่น ลิ้นหัวใจเสื่อม (MVD) และ Cardiomyopathy
  • โรคภูมิแพ้ และโรคแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune Diseases)
  • โรคผิวหนังอักเสบ และภาวะแพ้ต่าง ๆ
  • โรคระบบประสาท เช่น ไขสันหลังบาดเจ็บ หรืออักเสบ
  • โรคลำไส้อักเสบ (IBD) และโรคทางเดินอาหารเรื้อรัง
  • ตับอ่อนอักเสบ และภาวะอักเสบของอวัยวะภายใน
  • โรคตา เช่น กระจกตาอักเสบ แผลกระจกตา
  • แผลเรื้อรัง แผลหายช้า หรือแผลจากอุบัติเหตุ
  • การฟื้นตัวหลังผ่าตัด
  • โรคเบาหวาน และภาวะแทรกซ้อนจากการอักเสบเรื้อรัง
  • ภาวะอ่อนแอในสัตว์เลี้ยงสูงวัย (Frailty)

A: เก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงแล้ว เก็บได้นานแค่ไหน?
Q: หนึ่งในคำถามสำคัญของ Pet Parents คือ สเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงที่เก็บไว้ สามารถอยู่ได้นานแค่ไหน PetGeneX เราสามารถจัดเก็บสเต็มเซลล์ได้ยาวนานถึง 20 ปี ซึ่งสอดคล้องกับช่วงอายุขัยโดยเฉลี่ยของสัตว์เลี้ยง โดยสเต็มเซลล์จะถูกจัดเก็บในถังไนโตรเจนเหลวภายใต้อุณหภูมิประมาณ -196°C ในสภาวะนี้ กิจกรรมทางชีวภาพของเซลล์จะถูก “หยุด” ไว้เกือบทั้งหมด ทำให้กระบวนการเสื่อมของเซลล์ (Cellular Aging) ไม่ดำเนินต่อไป ส่งผลให้เซลล์สามารถคงคุณภาพ ใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่ทำการจัดเก็บ และพร้อมสำหรับการนำมาใช้งานในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Q: PetGeneX ต่างจากธนาคารสเต็มเซลล์ทั่วไปอย่างไร?
A: คำตอบของเราเริ่มต้นจากสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด คือ “ความรักและความหวังดี” PetGeneX เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่อยากให้สัตว์เลี้ยงทุกตัวมีสุขภาพที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ยืนยาวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยแนวคิดนี้ เราจึงมุ่งพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรมด้าน สเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดูแลสุขภาพในระยะยาวให้กับ Pet Parents

ด้านเทคโนโลยีและมาตรฐาน PetGeneX เป็นหนึ่งในองค์กรแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถเพาะเลี้ยง Mesenchymal Stem Cells (MSCs) จากเลือดสัตว์เลี้ยงได้สำเร็จ โดยไม่ต้องใช้ยากระตุ้น (Growth Factor Stimulation) ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและความซับซ้อนในการจัดเก็บ พร้อมเปิดโอกาสให้สัตว์เลี้ยงสามารถเข้าถึงการเก็บสเต็มเซลล์ได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับมาตรฐานในทุกขั้นตอนตั้งแต่การจัดเก็บ การเพาะเลี้ยง ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพ

  • ได้รับมาตรฐาน ISO 9001:2015 (ระบบบริหารคุณภาพ)
  • ได้รับมาตรฐาน ISO 13485:2016 (มาตรฐานอุปกรณ์ทางการแพทย์)
  • มีการออกใบรับรองคุณภาพเซลล์ (COA: Certificate of Analysis) ในทุก batch

เพื่อให้มั่นใจว่าเซลล์ทุกตัวอย่าง มีคุณภาพและความพร้อมสำหรับการนำไปใช้งานในอนาคต

เพราะสำหรับเรา…นี่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือการดูแล “สมาชิกในครอบครัว” ด้วยความตั้งใจที่จะมอบทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับเขาในทุกช่วงของชีวิต

เริ่มต้นปรึกษาและร่วมวางแผนสุขภาพสัตว์เลี้ยงของคุณกับเราได้วันนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในวันที่เขาต้องการการดูแลมากที่สุด
-------------------------------------
PetGeneX พร้อมให้บริการเก็บสเต็มเซลล์
เพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพของสัตว์เลี้ยงในอนาคต


สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Line : คลิก link https://lin.ee/ncTtMjR 
Facebook : PetgeneX


บทความที่เกี่ยวข้อง
5 อาหารเสริมชะลอวัยหมาแมวที่ควรเริ่มให้ตั้งแต่อายุ 5 ปี พร้อมแนะนำการเก็บสเต็มเซลล์เพื่อสุขภาพระยะยาว
สำรวจอาหารเสริม 5 ชนิดที่ช่วยชะลอวัยในหมาแมว พร้อมแนะนำการเก็บสเต็มเซลล์กับ PetGeneX เพื่อฟื้นฟูสุขภาพในอนาคต
สเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงเก็บจากที่ไหนได้บ้าง?
เปิด 3 แหล่งสำคัญของสเต็มเซลล์ พร้อมแนวทางการจัดเก็บที่ได้มาตรฐานทางวิทยาศาสตร์
สเต็มเซลล์กับโรคหัวใจในสัตว์เลี้ยงทางเลือกการฟื้นฟูใหม่
ทางเลือกใหม่ของการดูแลโรคลิ้นหัวใจเสื่อมในสุนัข พร้อมพาทำความเข้าใจบทบาทของสเต็มเซลล์ในเวชศาสตร์ฟื้นฟูสัตว์เลี้ยง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้