แชร์

การเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงคืออะไร (คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับ Pet Parents)

อัพเดทล่าสุด: 18 ก.พ. 2026
98 ผู้เข้าชม

สเต็มเซลล์คืออะไรและทำไมถึงสำคัญกับสัตว์เลี้ยง?

สเต็มเซลล์คือเซลล์พิเศษที่มีความสามารถอันน่าอัศจรรย์ในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเป็นเซลล์ชนิดต่างๆ ในร่างกาย เซลล์เหล่านี้เปรียบเสมือน "เซลล์หลัก" ของร่างกาย ที่สามารถซ่อมแซม ฟื้นฟูและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้

สเต็มเซลล์ทำงานเหมือนทีมช่างซ่อมแซมตามธรรมชาติของร่างกาย มีคุณสมบัติ ดังนี้

  • ฟื้นฟูเนื้อเยื่อที่เสียหาย - ไม่ว่าจะเป็นกระดูกอ่อน เอ็น หรืออวัยวะภายใน
  • ลดการอักเสบเรื้อรัง - ช่วยบรรเทาอาการปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิต
  • สนับสนุนการรักษาหลักในโรคที่ซับซ้อน - เช่น โรคข้อเสื่อม โรคไต และโรคทางระบบประสาท


จากการศึกษาทางคลินิก พบว่าสุนัขที่ได้รับการฟื้นฟูด้วยสเต็มเซลล์สำหรับโรคข้อเสื่อมกว่า 70% มีการเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น สามารถเดินได้นานขึ้น และลดการใช้ยาแก้ปวด ในขณะที่แมวที่เป็นโรคไตเรื้อรังประมาณ 50-60% แสดงการทำงานของไตที่ดีขึ้นภายใน 3-6 เดือนหลังการฟื้นฟูด้วยสเต็มเซลล์

 

การเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงคืออะไร?
การเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง หรือ Pet Stem Cell Banking คือกระบวนการเก็บรักษาสเต็มเซลล์จากสัตว์เลี้ยงของคุณไว้ในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม เพื่อให้พร้อมใช้งานในอนาคตเมื่อสัตว์เลี้ยงต้องการการฟื้นฟูร่างกาย

เราอยากให้ลองนึกภาพการเก็บสเต็มเซลล์เป็นเหมือน "การประกันสุขภาพทางชีววิทยา" สำหรับสัตว์เลี้ยง เมื่อน้องหมาหรือน้องแมวยังอายุน้อยและมีสุขภาพแข็งแรง เซลล์ของพวกเขาจะมีคุณภาพสูงสุดและมีพลังมากที่สุด การเก็บรักษาเซลล์เหล่านี้ไว้ตั้งแต่ยังเด็กและสุขภาพดี จะช่วยให้คุณมีทางเลือกในการดูแลเขาอย่างดีที่สุดไว้สำหรับอนาคต


ธนาคารสเต็มเซลล์คืออะไร?
คุณพ่อคุณแม่คงคุ้นเคยกับการฝากเงินในธนาคารเพื่อเก็บออมไว้ใช้ในอนาคต ธนาคารสเต็มเซลล์ ก็เป็นแนวคิดที่คล้ายกัน แต่สิ่งที่เราฝากไว้ไม่ใช่เงิน หากแต่เป็น "ทรัพย์สินทางชีววิทยา" นั่นคือ สเต็มเซลล์ของสัตว์เลี้ยงที่คุณรัก เหมือนการฝากเงินที่คุณสามารถถอนออกมาใช้เมื่อต้องการ

สเต็มเซลล์ที่ฝากไว้ก็สามารถนำออกมาใช้ฟื้นฟูร่างกายจากโรคของสัตว์เลี้ยงได้เมื่อจำเป็น และสิ่งที่พิเศษกว่าคือ เซลล์เหล่านี้จะถูกเก็บรักษาในสภาพสมบูรณ์แบบที่สุด เสมือนหยุดเวลาไว้ ณ วันที่สัตว์เลี้ยงของคุณยังแข็งแรงที่สุด


4 ขั้นตอนหลักของธนาคารสเต็มเซลล์ที่ PetGeneX

1. เก็บเกี่ยวสเต็มเซลล์ (Collection)

สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อ/เลือด ที่อุดมไปด้วยสเต็มเซลล์คุณภาพสูง โดยทั่วไปจะเป็น
  • เนื้อเยื่อไขมัน - เก็บได้พร้อมกับการทำหมันหรือผ่าตัดอื่นๆ ใช้เวลาเพียง 15-20 นาที ไม่ทำให้แผลใหญ่ขึ้นหรือเพิ่มความเสี่ยง
  • เนื้อเยื่อจากสายสะดือ - สำหรับลูกสัตว์แรกเกิด (หากมีการวางแผนล่วงหน้า) เป็นแหล่งสเต็มเซลล์ที่มีศักยภาพสูงสุดและอายุน้อยที่สุด
  • เลือด – วิธีนี้เป็นวิธีที่เก็บง่ายและปลอดภัยที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นเพียงการเก็บเลือดคล้ายกับการเก็บเลือดเพื่อไปตรวจสุขภาพ จำนวน 2cc. ขึ้นไป เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงในทุกวัย 

ที่ PetGeneX เป็นบริการที่ทำงานร่วมกับโรงพยาบาล/คลินิก และสัตวแพทย์ในเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อให้การเก็บตัวอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดเชื้อ และปลอดภัยสูงสุดสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ

 
2. สกัดและเพาะเลี้ยง (Extraction & Cultivation)
เทคโนโลยีชั้นนำในห้องปฏิบัติการระดับ Medical Grade เมื่อได้ตัวอย่างเนื้อเยื่อ/เลือดมาแล้ว ทีมนักวิทยาศาสตร์ของ PetGeneX จะเริ่มกระบวนการที่ละเอียดอ่อนและต้องการความเชี่ยวชาญสูง

  • การคัดแยกสเต็มเซลล์ : ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการแยกสเต็มเซลล์คุณภาพสูงออกจากตัวอย่าง ด้วยความระมัดระวังเพื่อรักษาศักยภาพของเซลล์
  • การเพาะเลี้ยงในสภาพควบคุม : สเต็มเซลล์จะถูกเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน ISO 13485:2016 (มาตรฐานอุปกรณ์ทางการแพทย์) ภายใต้สภาพแวดล้อมปลอดเชื้อสมบูรณ์ โดยใช้อาหารเลี้ยงเซลล์ที่มีคุณภาพระดับเดียวกับที่ใช้กับมนุษย์
  • การขยายจำนวน : เซลล์จะถูกเพาะเลี้ยงเพื่อเพิ่มจำนวนให้เพียงพอสำหรับการรักษาหลายครั้ง โดยยังคงรักษาคุณสมบัติและศักยภาพดั้งเดิมไว้

กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ และดำเนินการในห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย ตรวจสอบคุณภาพตลอด 24 ชั่วโมง และมีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และความสะอาดอย่างเข้มงวด

 

3. การพิสูจน์และตรวจสอบคุณภาพ (Quality Verification)  
ก่อนที่จะเก็บรักษาสเต็มเซลล์ PetGeneX ใช้ระบบตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวดที่สุดในวงการ:

  • การพิสูจน์ตัวตนของเซลล์ - ตรวจสอบว่าเซลล์ที่ได้เป็นสเต็มเซลล์แท้จริงหรือไม่ ผ่านการทดสอบทางโมเลกุลและการตรวจสอบมาร์กเกอร์เฉพาะของสเต็มเซลล์
  • การทดสอบความมีชีวิตและศักยภาพ - ตรวจสอบว่าเซลล์มีความแข็งแรง สามารถเพิ่มจำนวน และพร้อมใช้งานได้จริง
  • การตรวจสอบความปลอดเชื้อระดับ Medical Grade - ทุกตัวอย่างผ่านการทดสอบหาเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส และการปนเปื้อนอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย 100% สำหรับการใช้งานในอนาคต
  • การจัดทำใบรับรองคุณภาพ - ทุกตัวอย่างจะได้รับใบรับรองที่ระบุรายละเอียดจำนวนเซลล์ อัตราความมีชีวิต และผลการตรวจสอบทั้งหมด

เฉพาะสเต็มเซลล์ที่ผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอนเท่านั้นที่จะได้รับการอนุมัติให้เก็บรักษาในธนาคารสเต็มเซลล์ของ PetGeneX นี่คือสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้ สเต็มเซลล์ของสัตว์เลี้ยงคุณจะพร้อมใช้งานและมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

4. การจัดเก็บระยะยาว (Cryopreservation) - เทคโนโลยี "หยุดเวลา" ในอุณหภูมิ -196°C

นี่คือขั้นตอนสุดท้ายและสำคัญที่สุด ที่ PetGeneX ใช้เทคโนโลยีการแช่แข็งแบบ Cryogenic Freezing เพื่อ "หยุดเวลา" ของสเต็มเซลล์:
  • การเตรียมเซลล์สำหรับการแช่แข็ง - เซลล์จะถูกผสมกับสารป้องกันการแข็งตัวพิเศษ (Cryoprotectant) ที่ช่วยรักษาโครงสร้างเซลล์ไม่ให้เสียหายจากผลึกน้ำแข็ง
  • การแช่แข็งแบบควบคุม - ใช้เครื่องแช่แข็งแบบ Controlled-Rate Freezer ที่ลดอุณหภูมิอย่างช้าๆ และควบคุมได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้เซลล์ปรับตัวและรอดชีวิตมากที่สุด
  • การจัดเก็บในถังไนโตรเจนเหลว - สเต็มเซลล์จะถูกจัดเก็บในถังไนโตรเจนเหลวพิเศษที่อุณหภูมิ -196°C ในอุณหภูมินี้ กิจกรรมทางชีววิทยาทั้งหมดของเซลล์จะหยุดลงสนิท เซลล์จะไม่แก่ตัว ไม่เสื่อมสภาพ และสามารถเก็บรักษาได้อย่างไม่มีกำหนด

 

ระบบรักษาความปลอดภัยของ PetGeneX ที่คุณวางใจได้

  • ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ 24/7 - มีการตรวจสอบและบันทึกอุณหภูมิทุกนาที หากมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ระบบจะแจ้งเตือนทันที
  • ระบบสำรองไฟฟ้าหลายชั้น - มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองและแบตเตอรี่ UPS เพื่อรับมือกับไฟฟ้าดับ
  • กล้อง CCTV เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง - บันทึกทุกการเข้าถึงและการเคลื่อนไหวในห้องเก็บสเต็มเซลล์
  • ระบบบาร์โค้ดและ RFID - ติดตามตัวอย่างแต่ละชิ้นอย่างแม่นยำ ป้องกันความผิดพลาดจากมนุษย์
  • การควบคุมการเข้าถึง - เฉพาะบุคลากรที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่เข้าถึงห้องจัดเก็บได้
  • การตรวจสอบสต๊อกประจำเดือน - ตรวจนับและตรวจสอบสภาพตัวอย่างทุกเดือนเพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างสมบูรณ์

เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมการจัดเก็บเช่นนี้ สเต็มเซลล์สามารถรักษาคุณภาพและศักยภาพได้ตลอดชีวิตของสัตว์เลี้ยงคุณ จากงานวิจัยพบว่าเซลล์ที่เก็บไว้มากกว่า 20 ปียังคงมีความสมบูรณ์และใช้งานได้เหมือนวันแรกที่เก็บ เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้ สัตวแพทย์เพียงแจ้ง PetGeneX เราจะนำสเต็มเซลล์ออกมาละลายอย่างระมัดระวัง ตรวจสอบคุณภาพอีกครั้ง และจัดส่งให้สัตวแพทย์ภายใน 24-48 ชั่วโมง พร้อมคำแนะนำการใช้งานโดยละเอียด

PetGeneX: ผู้นำนวัตกรรมสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงแห่งแรกในประเทศไทย

PetGeneX เป็นธนาคารสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงแห่งแรกของประเทศไทย ที่ร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงให้เทียบเท่าระดับสากล ด้วยห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน ISO 9001:2015 และ ISO 13485:2016 คุณสามารถมั่นใจได้ว่าสเต็มเซลล์ของสัตว์เลี้ยงจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

 

แหล่งที่มาของสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง เลือกแบบไหนดีที่สุด?
PetGeneX สามารถเก็บสเต็มเซลล์จากแหล่งที่มาหลากหลาย แต่ละแหล่งมีข้อดีและจังหวะเวลาที่เหมาะสมแตกต่างกัน อาทิ

1. สเต็มเซลล์จากเนื้อเยื่อไขมัน (Adipose-Derived Stem Cells)

จุดเด่น: เป็นแหล่งสเต็มเซลล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากสามารถเก็บได้ง่ายผ่านการผ่าตัดเล็กน้อย เช่น การทำหมันหรือผ่าตัดอื่นๆ ที่ต้องใช้ยาสลบอยู่แล้ว

เหมาะสำหรับ: สุนัขและแมววัยรุ่นที่กำลังจะทำหมัน หรือสัตว์เลี้ยงที่มีน้ำหนักเหมาะสม เนื้อเยื่อไขมันมีสเต็มเซลล์จำนวนมากและมีคุณภาพดี

2. สเต็มเซลล์จากเลือด (Peripheral Blood Stem Cells)

จุดเด่น: การเก็บตัวอย่างทำได้ง่ายกว่า โดยการเจาะเลือดเหมือนการตรวจสุขภาพทั่วไป ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

เหมาะสำหรับ: สัตว์เลี้ยงที่มีสุขภาพดี Pet Parents ที่ต้องการเริ่มต้นการจัดเก็บสเต็มเซลล์โดยไม่ต้องผ่าตัด

3. สเต็มเซลล์จากสายสะดือ (Umbilical Cord Stem Cells)

จุดเด่น: เป็นสเต็มเซลล์ที่มีอายุน้อยที่สุดและมีศักยภาพสูงสุด เก็บได้ในช่วงที่ลูกสัตว์เกิดใหม่

เหมาะสำหรับ: ผู้เลี้ยงสุนัขหรือแมวที่วางแผนให้สัตว์เลี้ยงของตนผสมพันธุ์ นี่เป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้สเต็มเซลล์คุณภาพสูงสุด
 

กระบวนการเก็บสเต็มเซลล์กับ PetGeneX

ง่าย ปลอดภัย มั่นใจได้

การเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงกับ PetGeneX เป็นกระบวนการที่ออกแบบมาให้สะดวกที่สุดสำหรับคุณและสัตว์เลี้ยง

ขั้นตอนที่ 1: ปรึกษาและวางแผน
ทีมผู้เชี่ยวชาญของ PetGeneX จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแหล่งที่มาของสเต็มเซลล์ที่เหมาะสมที่สุดกับสัตว์เลี้ยงของคุณ โดยพิจารณาจากอายุ สายพันธุ์ สุขภาพ และชีวิตประจำวัน

ขั้นตอนที่ 2: การเก็บตัวอย่าง
PetGeneX ร่วมมือกับสัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญทั่วประเทศ การเก็บตัวอย่างสายสะดือและเนื้อเยื่อสายสะดือ เนื้อเยื่อไขมัน และเลือด ใช้เวลาเพียง 15-20 นาที และไม่ทำให้สัตว์เลี้ยงต้องอยู่โรงพยาบาลค้างคืน

ขั้นตอนที่ 3: การเพาะเลี้ยงและเตรียมเซลล์   
เมื่อได้รับตัวอย่างแล้ว ห้องปฏิบัติการของ PetGeneX จะดำเนินตามกระบวนการ ดังนี้

  1. คัดแยกสเต็มเซลล์คุณภาพสูงออกจากเนื้อเยื่อ
  2. เพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนเซลล์ให้ได้จำนวนที่เหมาะสมสำหรับการรักษา
  3. ตรวจสอบคุณภาพและศักยภาพของเซลล์
  4. จัดแบ่งเซลล์เป็นโดสที่พร้อมใช้งาน

ขั้นตอนที่ 4: การเก็บรักษาในระยะยาว
สเต็มเซลล์จะถูกเก็บรักษาในถังไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิ -196°C ภายใต้การควบคุมอุณหภูมิตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระบบสำรองไฟฟ้าและการเฝ้าระวังด้วย CCTV ตลอดเวลา สภาพแวดล้อมดังกล่าวช่วยคงคุณภาพ ความสมบูรณ์ และศักยภาพการทำงานของเซลล์ไว้ได้อย่างยาวนาน เพื่อให้พร้อมใช้งานตลอดช่วงชีวิตของสัตว์เลี้ยงของคุณ

 

6 ประโยชน์ของการเก็บสเต็มเซลล์ที่ Pet Parents ควรพิจารณา

1. เตรียมพร้อมสำหรับอนาคตที่ไม่แน่นอน
แม้ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณจะมีสุขภาพดีในตอนนี้ แต่โรคและการบาดเจ็บสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น การมีสเต็มเซลล์เก็บไว้เป็นเหมือนการมี "แผนสำรอง" ที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพของน้องหมาหรือน้องแมว

2. สเต็มเซลล์จากตัวเองปลอดภัยที่สุด
เมื่อสัตว์เลี้ยงได้รับการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ของตัวเอง (Autologous Stem Cells) ความเสี่ยงของการปฏิเสธหรือการแพ้จะเกือบเป็นศูนย์ เพราะร่างกายจะจำเซลล์ของตัวเองได้

3. เก็บตั้งแต่อายุน้อยได้เซลล์คุณภาพดีที่สุด
สเต็มเซลล์จากสัตว์เลี้ยงที่อายุน้อยและมีสุขภาพดี มีศักยภาพในการฟื้นฟูสูงกว่าเซลล์จากสัตว์ที่แก่หรือมีการเจ็บป่วย จึงสรุปได้ว่าการเก็บสเต็มเซลล์ไว้ตั้งแต่อายุน้อยเป็นการลงทุนในอนาคตที่ดีที่สุด

4. ฟื้นฟูโรคที่หลากหลาย
สเต็มเซลล์ที่เก็บไว้สามารถนำมาใช้ฟื้นฟูได้หลายโรค ไม่ว่าจะเป็น

  • โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) - มากกว่า 70% ของสุนัขที่ได้รับการรักษามีอาการดีขึ้น
  • โรคไตเรื้อรัง - พบการปรับปรุงการทำงานของไตใน 50-60%
  • การบาดเจ็บของเอ็นและเอ็นร้อยหวาย
  • โรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้
  • โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ
  • โรคตาแห้งเรื้อรัง

5. ทางเลือกที่ธรรมชาติและมีผลข้างเคียงน้อย
เมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยาต้านการอักเสบระยะยาวหรือการผ่าตัด การรักษาด้วยสเต็มเซลล์เป็นวิธีที่ธรรมชาติกว่า ใช้พลังการซ่อมแซมของร่างกายเองในการรักษาโรค ลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงจากยา 

6. ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
แม้ว่าการเก็บสเต็มเซลล์จะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น แต่เมื่อพิจารณาถึงค่ารักษาพยาบาลระยะยาวสำหรับโรคเรื้อรัง ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 15,000-30,000 บาทต่อปี (และบางกรณีอาจสูงถึงหลายแสนบาท) การเก็บสเต็มเซลล์จึงกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า


สเต็มเซลล์สามารถรักษาโรคอะไรได้บ้าง?
หลักฐานจากงานวิจัยและกรณีศึกษา

1 โรคข้อเสื่อมและปัญหาข้อต่อ
โรคข้อเสื่อมเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งในสุนัขและแมวสูงอายุ สเต็มเซลล์มีบทบาทเข้าไปช่วยฟื้นฟูบริเวณข้อ ดังนี้

  • สร้างกระดูกอ่อนใหม่ที่ข้อต่อที่เสื่อม
  • ลดการอักเสบภายในข้อ
  • เพิ่มการเคลื่อนไหวและลดความปวด

จากงานวิจัย พบว่าสุนัขที่ได้รับการฟื้นฟูด้วยสเต็มเซลล์กว่า 70% มีการเดินที่ดีขึ้น สามารถวิ่งเล่นได้นานขึ้น และลดการใช้ยาแก้ปวดลงอย่างมีนัยสำคัญ

2 โรคไตเรื้อรัง
โรคไตเรื้อรังเป็นปัญหาหลักในแมว และสุนัขบางสายพันธุ์ การศึกษาพบว่า 50-60% ของแมวที่ได้รับการฟื้นฟูด้วยสเต็มเซลล์การทำงานของไตที่ดีขึ้นภายใน 3-6 เดือน ช่วยยืดอายุและเพิ่มคุณภาพชีวิต

3 การบาดเจ็บของเอ็นและเอ็นร้อยหวาย
สำหรับสุนัขพันธุ์ขนาดใหญ่และสุนัขพันธุ์ที่วิ่งเร็ว การฉีกขาดของเอ็นร้อยหวายหน้าหรือบาดเจ็บที่เอ็นเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย การฟื้นฟูด้วยสเต็มเซลล์สามารถช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและลดระยะเวลาฟื้นตัวของน้องได้เป็นอย่างดี

4 โรคผิวหนังและภูมิแพ้
สัตว์เลี้ยงที่มีปัญหาผิวหนังอักเสบหรือคันจากภูมิแพ้กว่า 80% แสดงอาการดีขึ้นภายใน 1-2 เดือนหลังการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ รอยแดงลดลง ผิวหนังดีขึ้น และขนเริ่มมีความเงางามกลับมา คุณภาพชีวิตโดยรวมที่ดีขึ้น

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กว่า 80% ของกรณีที่ได้รับการรักษาด้วยสเต็มเซลล์รายงานว่าสัตว์เลี้ยงมีชีวิตชีวาขึ้น กินอาหารได้ดี ขนสวยขึ้น และกลับมาเล่นกับเจ้าของเหมือนเดิม

 

การเก็บสเต็มเซลล์คุ้มค่าหรือไม่?

ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น
การเก็บสเต็มเซลล์ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายหลักๆ ดังนี้

  • ค่าเก็บตัวอย่างและเตรียมเซลล์ (ครั้งเดียว)
  • ค่าเพาะเลี้ยงและแบ่งโดส (ครั้งเดียว)
  • ค่าเก็บรักษารายปี (หลังจากปีแรก)
เปรียบเทียบกับค่ารักษาในอนาคต
ข้อมูลจากตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยแสดงให้เห็นว่า

  • ค่ารักษาโรคเรื้อรังเฉลี่ย 15,000-30,000 บาทต่อปี
  • กรณีที่รุนแรงอาจใช้ค่ารักษาหลายแสนบาท
  • การผ่าตัดข้อเข่าหรือข้อสะโพกอาจมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 100,000 บาท
เมื่อพิจารณาว่าสุนัขและแมวสามารถมีอายุยืน 15-20 ปี การเก็บสเต็มเซลล์ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มเป็นโรคข้อหรือโรคทางพันธุกรรม


สัตว์เลี้ยงบ้านไหนควรเก็บสเต็มเซลล์?
(สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง)


สุนัข:

  • พันธุ์ขนาดใหญ่ - เสี่ยงต่อโรคข้อและโรคสะโพก
    (โกลเด้น รีทรีฟเวอร์, ลาบราดอร์, เยอรมันเชพเพิร์ด)
  • พันธุ์ขาสั้น - เสี่ยงต่อปัญหากระดูกสันหลัง
    (คอร์กี, ดัชชุนด์)
  • พันธุ์ที่วิ่งเร็ว - เสี่ยงต่อบาดเจ็บเอ็น
    (กรีย์ฮาวน์, บอร์เดอร์ คอลลี่)

แมว:

  • แมวพันธุ์เปอร์เซีย - เสี่ยงต่อโรคไต
  • แมวพันธุ์สก็อตติช โฟลด์ - เสี่ยงต่อปัญหากระดูกข้อ
  • แมวพันธุ์เมนคูน - เสี่ยงต่อโรคหัวใจ

ช่วงเวลาการเก็บสเต็มเซลล์ที่เหมาะสม

ช่วงที่ดีที่สุด:

  • เมื่อทำหมัน (6-12 เดือน) - สามารถเก็บเนื้อเยื่อไขมันได้สะดวก
  • ตอนเกิด - หากมีแผนผสมพันธุ์ สามารถเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือ
  • ก่อนอายุ 5 ปี - เซลล์ยังมีคุณภาพดีและมีพลัง

ทำไมต้อง PetGeneX ?

1. มาตรฐานสากลที่คุณมั่นใจได้
PetGeneX ดำเนินงานภายใต้มาตรฐาน
  • ISO 9001:2015 ระบบบริหารคุณภาพ
  • ISO 13485:2016 มาตรฐานสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์
  • ควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอนด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ
  • การตรวจสอบคุณภาพเซลล์ทุกตัวอย่าง
2. เทคโนโลยีและความปลอดภัย
  • ถังไนโตรเจนเหลวที่ควบคุมอุณหภูมิตลอด 24 ชั่วโมง
  • ระบบสำรองไฟฟ้าอัตโนมัติ
  • CCTV เฝ้าระวังทุกพื้นที่ตลอดเวลา
  • ระบบติดตามตัวอย่างด้วยบาร์โค้ดป้องกันความผิดพลาด
3. ทีมผู้เชี่ยวชาญระดับชาติ
PetGeneX เราดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือกับองค์กรและนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ
  • นักวิจัยชีวเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  • อาจารย์สัตวแพทย์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)
  • เครือข่ายสัตวแพทย์ที่ผ่านการอบรมทั่วประเทศ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง

สเต็มเซลล์สามารถเก็บได้นานแค่ไหน?
คำตอบ สเต็มเซลล์สามารถเก็บรักษาคุณภาพได้ตลอดชีวิตของสัตว์เลี้ยง ซึ่งมีงานวิจัยออกมาแสดงให้เห็นว่าเซลล์ที่เก็บไว้นานกว่า 20 ปียังคงมีชีวิตและมีศักยภาพในการฟื้นฟูสูง

 

การเก็บสเต็มเซลล์เจ็บปวดสำหรับสัตว์เลี้ยงหรือไม่?
คำตอบ “ไม่เลย” และในบางวิธีแทบไม่สร้างความกังวลเลย

กรณีเก็บจากไขมัน
หากเก็บพร้อมกับการทำหมัน สัตว์เลี้ยงจะอยู่ในภาวะดมยาสลบอยู่แล้ว การเก็บเนื้อเยื่อไขมันเพิ่มเติมใช้เวลาเพียง 15–20 นาที ไม่เพิ่มแผลผ่าตัด และไม่ส่งผลต่อระยะเวลาการฟื้นตัว
กรณีเก็บจากสายสะดือ (ลูกสัตว์แรกเกิด)
เป็นการเก็บเนื้อเยื่อจากสายสะดือหลังคลอด ซึ่งเป็นส่วนที่ตามธรรมชาติจะถูกตัดทิ้งอยู่แล้ว จึงไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดต่อลูกสัตว์
• กรณีเก็บจากเลือด
เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ใช้การเจาะเลือดเช่นเดียวกับการตรวจสุขภาพทั่วไป ปริมาณเล็กน้อย ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องวางยา ไม่ต้องผ่าตัด

ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด กระบวนการเก็บสเต็มเซลล์จะถูกวางแผนโดยสัตวแพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ปลอดภัยและสบายใจที่สุดสำหรับทั้งสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ

 

สเต็มเซลล์ที่เก็บไว้จะพร้อมใช้ทันทีเมื่อต้องการหรือไม่?
คำตอบ “พร้อมใช้” กรณีที่มีการเพาะเลี้ยงและเตรียมเซลล์ไว้ล่วงหน้าแล้ว สามารถนำออกมาใช้ได้ทันทีตามแผนการฟื้นฟู

PetGeneX จัดเตรียมสเต็มเซลล์ในรูปแบบโดสที่พร้อมใช้งาน เมื่อสัตวแพทย์มีคำสั่งขอใช้ เราสามารถดำเนินการจัดส่งภายใน 24–48 ชั่วโมง พร้อมคำแนะนำด้านการใช้งานอย่างครบถ้วน

และสำหรับบ้านที่เลือกจัดเก็บเพียงอย่างเดียว จะต้องใช้ระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนเซลล์ก่อนประมาณ 30 วัน จึงจะสามารถนำมาใช้ในการดูแลรักษาได้

 

หากสัตว์เลี้ยงไม่จำเป็นต้องใช้สเต็มเซลล์เลยจะเสียเงินเปล่าหรือไม่?
คำตอบ ในอีกมุมหนึ่ง นั่นคือสัญญาณที่ดีว่าสัตว์เลี้ยงของคุณมีสุขภาพแข็งแรงตลอดช่วงชีวิต การเก็บสเต็มเซลล์จึงเปรียบเสมือนการวางแผนสุขภาพล่วงหน้า คล้ายประกันที่คุณหวังว่าจะไม่ต้องใช้ แต่หากวันหนึ่งร่างกายเริ่มมีความเสื่อมหรือเกิดภาวะที่จำเป็นต้องดูแลเพิ่มเติม คุณก็มีสเต็มเซลล์ที่พร้อมนำมาใช้ได้ทันที เป็นความอุ่นใจที่เตรียมไว้ล่วงหน้า แม้จะไม่ต้องใช้ ก็คือสิ่งที่เจ้าของทุกคนยินดีที่สุด

 

สเต็มเซลล์ต้องใช้กี่ครั้ง?
คำตอบ PetGeneX เพาะเลี้ยงและแบ่งสเต็มเซลล์เป็นหลายโดส โดยทั่วไปการจัดเก็บตัวอย่างหนึ่งสามารถให้โดสสำหรับการรักษาได้หลายครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณเซลล์เริ่มต้นและประเภทการรักษา

 

หากย้ายบ้านหรือไปอยู่ต่างประเทศจะเข้าถึงสเต็มเซลล์ได้หรือไม่?
คำตอบ ได้ PetGeneX สามารถจัดส่งสเต็มเซลล์ไปยังสัตวแพทย์ที่คุณต้องการทั้งในและต่างประเทศ โดยมีระบบขนส่งที่รักษาสภาพเซลล์ให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมตลอดการเดินทาง

 

อนาคตของการดูแลสัตว์เลี้ยง
PetGeneX ไม่ได้หยุดเพียงการให้บริการจัดเก็บสเต็มเซลล์ แต่ยังเดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์เลี้ยงของประเทศไทย ผ่านแนวทางสำคัญ ดังนี้

  • การวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • เราร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำและสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการรักษาใหม่ๆ และปรับปรุงเทคนิคการเก็บรักษาเซลล์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • การศึกษาและเผยแพร่ความรู้ เรามุ่งมั่นที่จะให้ความรู้แก่ Pet Parents และสัตวแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์ของสเต็มเซลล์ ผ่านสัมมนา เวิร์คช็อป และเนื้อหาออนไลน์ที่มีคุณภาพ


เริ่มต้นการเก็บสเต็มเซลล์กับ PetGeneX วันนี้
การเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง คือการวางแผนสุขภาพระยะยาวที่มีคุณค่า เป็นของขวัญด้านสุขภาพที่คุณสามารถมอบให้สัตว์เลี้ยงที่คุณรัก เพื่อรองรับอนาคตในวันที่ร่างกายเริ่มเสื่อมตามวัย ไม่ว่าจะเป็นลูกสุนัขที่กำลังเข้ารับการทำหมัน แมวที่มีสุขภาพแข็งแรง หรือเจ้าของที่กำลังวางแผนเพาะพันธุ์สัตว์เลี้ยง

การเตรียมสเต็มเซลล์ไว้ตั้งแต่วันนี้ คือการเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของเขาในวันข้างหน้า

 

ปรึกษากับทีม PetGeneX 
ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาฟรีและแผนที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของคุณ

  • พูดคุยกับสัตวแพทย์ - สัตวแพทย์ในเครือข่ายของเราพร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับจังหวะเวลาที่ดีที่สุด
  • วางแผนอนาคต – ลงทุนในสุขภาพระยะยาวของสัตว์เลี้ยงที่คุณรักวันนี้

เพราะทุกช่วงเวลาที่เขาแข็งแรงและมีความสุขกับคุณคือสิ่งล้ำค่า PetGeneX พร้อมอยู่เคียงข้าง เพื่อช่วยดูแลให้ช่วงเวลาเหล่านั้นยืนยาวที่สุด


สิ่งสำคัญที่ควรทราบ
• เซลล์จากสัตว์เลี้ยงที่อายุน้อยและแข็งแรงมักมีคุณภาพสูงกว่า
• การจัดเก็บพร้อมช่วงทำหมันเป็นโอกาสที่เหมาะสม
• สเต็มเซลล์มีบทบาทในการสนับสนุนการฟื้นฟูในหลายภาวะทางสุขภาพ
• การเตรียมไว้ล่วงหน้า คือการเพิ่มทางเลือกในการดูแลในอนาคต


สรุป:
สเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยง คือ ทางเลือกเพื่ออนาคตสุขภาพที่ยั่งยืน
การเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงไม่ใช่เพียงแนวโน้มทางการแพทย์ แต่เป็นนวัตกรรมที่มีงานวิจัยรองรับ และถูกนำมาใช้ในเวชศาสตร์ฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง นี่คือการวางแผนสุขภาพล่วงหน้า เพื่อรองรับวันที่ร่างกายเริ่มเสื่อมตามวัย ช่วยสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีและยาวนานยิ่งขึ้น

PetGeneX ภูมิใจที่เป็นธนาคารสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมทำงานร่วมกับสัตวแพทย์และครอบครัวสัตว์เลี้ยง เพื่อดูแลสุขภาพระยะยาวอย่างมั่นคง

 
ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษา
และเริ่มต้นวางแผนสุขภาพให้สัตว์เลี้ยงของคุณวันนี้

Tel.: 062 426 4145
LINE OA: @petgenex หรือ https://lin.ee/ncTtMjR 
Email: petgenex.thailand@gmail.com


บทความที่เกี่ยวข้อง
เจ้าหมาแก่ต้องดูแลยังไง? คู่มือชะลอวัยแบบธรรมชาติสำหรับสุนัขอายุ 7 ปีขึ้นไป
เมื่อสุนัขของคุณอายุเข้าสู่ช่วง 7 ปีขึ้นไป ระบบร่างกายหลายอย่างเริ่มทำงานช้าลง ทั้งระบบเผาผลาญ การย่อย การซ่อมแซมระดับเซลล์ ไปจนถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น ขี้เกียจ เคลื่อนไหวน้อยลง หรือแม้กระทั่งซึมง่าย นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่เจ้าของควรหันมาใส่ใจ “การดูแลแบบชะลอวัย” (Anti-Aging for Dogs) ซึ่งไม่ใช่แค่การให้อาหารดี ๆ เท่านั้น แต่รวมถึงการดูแลเชิงลึกทั้งด้านโภชนาการ การกระตุ้นเซลล์ และการปรับพฤติกรรมให้เหมาะกับวัย
อาการแบบไหนบ้าง? โรคข้อเสื่อมในสัตว์เลี้ยง
รู้ทันอาการเริ่มต้นของโรคข้อเสื่อมในสัตว์เลี้ยง พร้อมทำความเข้าใจทางเลือกการดูแลและการใช้สเต็มเซลล์เพื่อฟื้นฟูข้อในอนาคต
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ