แชร์

โรคหมาแมว 2025: วางแผนสุขภาพเชิงรุก & PetGeneX เพื่อชีวิตยืนยาว

อัพเดทล่าสุด: 7 ส.ค. 2025
385 ผู้เข้าชม
โรคที่พบบ่อยในหมาแมวปี 2025 และสิ่งที่เจ้าของควรเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้

ในปี 2025 แนวโน้มสุขภาพของหมาแมวในไทยและทั่วโลกชี้ให้เห็นว่า สัตว์เลี้ยงของเรากำลังเผชิญกับโรคเรื้อรังและความเสื่อมที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการเลี้ยงแบบในบ้าน อายุเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้น และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

บทความนี้จะสรุป โรคยอดฮิต ที่ควรจับตาในปี 2025 พร้อมแนะนำแนวทางการดูแลเชิงป้องกัน และชี้ช่องทางใหม่ในการวางแผนสุขภาพระยะยาว ด้วยเทคโนโลยีเก็บสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงจาก PetGeneX


ทำไมการวางแผนสุขภาพสัตว์เลี้ยงล่วงหน้าจึงสำคัญในปี 2025?

วิทยาการทางการแพทย์และเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด สิ่งนี้ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงสัตว์เลี้ยงด้วย ในปี 2025 แนวโน้มการเกิดโรคบางชนิดอาจเปลี่ยนแปลงไป ทั้งจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม พฤติกรรม และสายพันธุ์ การที่เรามีความรู้ความเข้าใจและวางแผนเชิงรุกจะช่วยให้เราสามารถ:
  • ลดความเสี่ยง: การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ การรู้แนวโน้มของโรคที่อาจเกิดขึ้นช่วยให้เราเตรียมพร้อมและลดความเสี่ยงได้
  • ตรวจพบแต่เนิ่นๆ: หากสัตว์เลี้ยงป่วย การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดและลดความรุนแรงของโรค
  • ลดภาระค่าใช้จ่าย: การดูแลเชิงป้องกันมักมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรักษาโรคที่ลุกลามไปแล้ว
  • เพิ่มคุณภาพชีวิต: สัตว์เลี้ยงที่มีสุขภาพดี ย่อมมีความสุข มีพลังงาน และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่


โรคที่พบบ่อยในสุนัขปี 2025 ที่เจ้าของควรรู้และวิธีรับมือ

ในปี 2025 คาดการณ์ว่าโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ปรสิต และโรคที่ไม่ติดต่อ เช่น โรคอ้วน โรคข้อเสื่อม ยังคงเป็นปัญหาหลักในสุนัข อย่างไรก็ตาม อาจมีแนวโน้มของความรุนแรงหรือสายพันธุ์ที่ดื้อยาเพิ่มขึ้น

1. โรคไข้หัดสุนัข (Canine Distemper)

แม้จะมีวัคซีนแล้ว แต่ไข้หัดสุนัขยังคงเป็นโรคระบาดร้ายแรงที่คร่าชีวิตลูกสุนัขจำนวนมาก และสามารถพบได้ในสุนัขโตที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วน

อาการ: เริ่มจากมีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร อาเจียน ท้องเสีย ไอ มีน้ำมูก น้ำตาข้นเขียว หากอาการรุนแรงจะกระทบต่อระบบประสาท เช่น ชัก เกร็ง กล้ามเนื้อกระตุก
การป้องกัน: วัคซีนไข้หัดสุนัข เป็นสิ่งจำเป็นที่สุด ควรเริ่มต้นตั้งแต่ลูกสุนัขและฉีดกระตุ้นตามกำหนด รวมถึงการรักษาสุขอนามัยของสถานที่เลี้ยง
สิ่งที่ควรวางแผนวันนี้: ตรวจสอบตารางการฉีดวัคซีนของสุนัขคุณให้ครบถ้วนและทันสมัย หากยังไม่เคยทำ ควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนทันที

2. โรคพาร์โวไวรัสในสุนัข (Canine Parvovirus)

เป็นโรคที่ติดต่อรุนแรงและอันตรายถึงชีวิต โดยเฉพาะในลูกสุนัข

อาการ: อาเจียนอย่างรุนแรง ท้องเสียเป็นน้ำ มีกลิ่นเหม็นคาว อาจมีเลือดปน ซึม เบื่ออาหาร ขาดน้ำอย่างรุนแรง
การป้องกัน: วัคซีนพาร์โวไวรัส เป็นอีกหนึ่งวัคซีนหลักที่ต้องฉีดให้ครบถ้วน รวมถึงการแยกสัตว์ป่วย และทำความสะอาดฆ่าเชื้อในบริเวณที่สัตว์ป่วยอยู่
สิ่งที่ควรวางแผนวันนี้: เช่นเดียวกับไข้หัด การฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนตามโปรแกรมที่สัตวแพทย์แนะนำเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

3. โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies)

เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงถึงชีวิต 100% หากไม่ได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ

อาการ: มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างรวดเร็ว ก้าวร้าว กัดแหลก น้ำลายไหลมาก หางตก เดินโซเซ เป็นอัมพาต และเสียชีวิตในที่สุด
การป้องกัน: วัคซีนพิษสุนัขบ้า เป็นวัคซีนภาคบังคับตามกฎหมายและสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งสัตว์เลี้ยงและคน
สิ่งที่ควรวางแผนวันนี้: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสุนัขของคุณได้รับวัคซีนพิษสุนัขบ้าอย่างสม่ำเสมอทุกปี และหลีกเลี่ยงการให้สุนัขสัมผัสกับสัตว์ป่าหรือสัตว์เลี้ยงที่ไม่ทราบประวัติ

4. โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis)

เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำหรือดินที่ปนเปื้อนปัสสาวะของสัตว์ติดเชื้อ เช่น หนู สุนัข แมว และสามารถติดต่อสู่คนได้ (Zoonotic Disease)

อาการ: มีไข้ ซึม เบื่ออาหาร อาเจียน ดีซ่าน (ตาเหลือง ตัวเหลือง) ไตวายเฉียบพลัน อาจมีเลือดออกผิดปกติ
การป้องกัน: วัคซีนเลปโตสไปโรซิส มีความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง หรือสุนัขที่มีพฤติกรรมชอบลุยน้ำ หรือใกล้แหล่งน้ำขัง
สิ่งที่ควรวางแผนวันนี้: หากสุนัขของคุณมีความเสี่ยง ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อพิจารณาการฉีดวัคซีนเลปโตสไปโรซิส และหลีกเลี่ยงไม่ให้สุนัขสัมผัสกับแหล่งน้ำที่อาจปนเปื้อนเชื้อ

5. โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis)

เป็นโรคเรื้อรังที่พบบ่อยในสุนัขสูงวัยหรือสุนัขพันธุ์ใหญ่ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

อาการ: เดินลำบาก ลุกยาก มีอาการปวดข้อ ข้อติด เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่
การป้องกัน: ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม การออกกำลังกายที่เหมาะสม ไม่หักโหม การให้อาหารเสริมบำรุงข้อตั้งแต่อายุน้อยๆ (เช่น กลูโคซามีน คอนดรอยติน)
สิ่งที่ควรวางแผนวันนี้: หมั่นสังเกตอาการปวดข้อของสุนัข หากพบความผิดปกติ ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาแต่เนิ่นๆ



โรคที่พบบ่อยในแมวปี 2025 ที่เจ้าของควรรู้และวิธีรับมือ

แมวก็มีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ไม่แพ้สุนัข โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคจากเชื้อไวรัสที่อาจมีความรุนแรงและเรื้อรัง

1. โรคลิวคีเมียในแมว (Feline Leukemia Virus - FeLV)

เป็นโรคไวรัสที่รุนแรง ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของแมว ทำให้แมวอ่อนแอและติดเชื้อโรคอื่นๆ ได้ง่าย หรือเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้

อาการ: ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด โลหิตจาง มีไข้เรื้อรัง ท้องเสีย ต่อมน้ำเหลืองโต อาจพบเนื้องอก
การป้องกัน: วัคซีนลิวคีเมียในแมว เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลูกแมวหรือแมวที่ต้องออกนอกบ้านและมีโอกาสสัมผัสกับแมวตัวอื่น รวมถึงการตรวจเลือดหาเชื้อก่อนนำแมวใหม่เข้าบ้าน
สิ่งที่ควรวางแผนวันนี้: ตรวจสอบสถานะการติดเชื้อ FeLV ของแมว และปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับการฉีดวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเลี้ยงแมวระบบเปิดหรือมีแมวหลายตัว

2. โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องในแมว (Feline Immunodeficiency Virus - FIV) หรือโรคเอดส์แมว

เป็นโรคไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของแมว ทำให้แมวติดเชื้อโรคอื่นๆ ได้ง่าย คล้ายกับโรคเอดส์ในคน

อาการ: ซึม น้ำหนักลด เบื่ออาหาร มีไข้เรื้อรัง เหงือกอักเสบ ปากอักเสบเรื้อรัง ติดเชื้อแทรกซ้อนได้ง่าย
การป้องกัน: ยังไม่มีวัคซีนที่ป้องกันได้ 100% การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงไม่ให้แมวสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะการกัดกัน ควรเลี้ยงแมวระบบปิด และตรวจเลือดหาเชื้อก่อนนำแมวใหม่เข้าบ้าน
สิ่งที่ควรวางแผนวันนี้: ตรวจสอบสถานะการติดเชื้อ FIV ของแมว และควบคุมการเลี้ยงดูไม่ให้แมวของคุณไปสัมผัสกับแมวตัวอื่นที่ไม่ทราบประวัติ

3. โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว (Feline Infectious Peritonitis - FIP)

เป็นโรคไวรัสที่รุนแรงและมักถึงแก่ชีวิต เกิดจากไวรัสโคโรนาในแมวที่กลายพันธุ์

อาการ: มีได้หลายรูปแบบ ทั้งแบบเปียก (มีของเหลวในช่องท้องหรือช่องอก ทำให้ท้องมาน หายใจลำบาก) และแบบแห้ง (มีไข้ ซึม เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตาอักเสบ ระบบประสาทผิดปกติ)
การป้องกัน: ยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงและใช้กันแพร่หลาย การป้องกันเน้นที่การควบคุมสุขอนามัยในที่เลี้ยง การลดความเครียด และการแยกแมวที่แสดงอาการป่วย
สิ่งที่ควรวางแผนวันนี้: หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของแมว หากมีอาการน่าสงสัย ควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัยและจัดการแต่เนิ่นๆ

4. โรคระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว (Feline Lower Urinary Tract Disease - FLUTD)

เป็นกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะในแมว ทำให้แมวปวดเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะลำบาก หรือปัสสาวะไม่ออก

อาการ: ปัสสาวะนอกกระบะทราย ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะมีเลือดปน ร้องครางเวลาปัสสาวะ เลียอวัยวะเพศบ่อย หากปัสสาวะไม่ออกจะซึม ไม่กินอาหาร อาเจียน และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
การป้องกัน: การส่งเสริมให้แมวกินน้ำมากๆ การให้อาหารที่เหมาะสม (อาหารสำหรับดูแลระบบทางเดินปัสสาวะ) การจัดเตรียมกระบะทรายให้สะอาดและเพียงพอ การลดความเครียด
สิ่งที่ควรวางแผนวันนี้: สังเกตพฤติกรรมการปัสสาวะของแมวอย่างใกล้ชิด และจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม หากพบอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ทันที

5. โรคเบาหวานในแมว (Feline Diabetes Mellitus)

เป็นโรคที่เกิดจากร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอหรือไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ พบได้บ่อยในแมวอ้วนหรือแมวสูงวัย

อาการ: กินน้ำและปัสสาวะบ่อยผิดปกติ น้ำหนักลดลงแม้จะกินอาหารได้ดี ซึม อ่อนเพลีย
การป้องกัน: ควบคุมน้ำหนักของแมวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การให้อาหารที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับวัย
สิ่งที่ควรวางแผนวันนี้: ให้ความสำคัญกับการควบคุมน้ำหนักของแมวอย่างสม่ำเสมอ หากแมวเริ่มมีอาการที่น่าสงสัย ควรรีบพาไปตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยและรับการรักษา

กลยุทธ์การวางแผนสุขภาพเชิงรุกสำหรับสัตว์เลี้ยงในปี 2025

เพื่อรับมือกับแนวโน้มของโรคต่างๆ และส่งเสริมสุขภาพที่ดีที่สุดให้สัตว์เลี้ยง คุณควรเริ่มวางแผนและดำเนินการตั้งแต่วันนี้ในหลายๆ ด้าน:

1. การตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งนี้เป็นรากฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงรุก ไม่ใช่แค่การฉีดวัคซีน แต่รวมถึงการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และตรวจอุจจาระ เพื่อคัดกรองความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นแต่ยังไม่แสดงอาการชัดเจน

2. โปรแกรมวัคซีนที่ครบถ้วนและทันสมัย

ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมกับสายพันธุ์ อายุ สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงของคุณ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้รับวัคซีนพื้นฐานครบถ้วน และพิจารณาวัคซีนทางเลือกอื่นๆ ที่เหมาะสม

3. การควบคุมปรสิตภายนอกและภายใน

เห็บ หมัด พยาธิหนอนหัวใจ พยาธิในลำไส้: ปรสิตเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความรำคาญ แต่ยังเป็นพาหะนำโรคอันตราย ควรให้ยาป้องกันปรสิตตามที่สัตวแพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแบบกิน หยดหลัง หรือปลอกคอ

4. โภชนาการที่เหมาะสมและมีคุณภาพ

อาหารมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง การเลือกอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เหมาะสมกับวัย สายพันธุ์ และภาวะสุขภาพ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ ปรึกษาสัตวแพทย์หรือนักโภชนาการสัตว์เลี้ยงเพื่อเลือกอาหารที่ดีที่สุด

5. การออกกำลังกายที่เหมาะสมและการควบคุมน้ำหนัก

โรคอ้วนเป็นบ่อเกิดของโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคข้อเสื่อม โรคหัวใจ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจะช่วยยืดอายุและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้สัตว์เลี้ยงของคุณ

6. การดูแลสุขอนามัยช่องปากและฟัน

โรคปริทันต์และหินปูนในสัตว์เลี้ยงเป็นปัญหาที่พบบ่อยและสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงอื่นๆ ได้ เช่น โรคหัวใจและไต ควรแปรงฟันให้สัตว์เลี้ยงเป็นประจำ หรือพิจารณาการขูดหินปูนโดยสัตวแพทย์

7. การจัดการความเครียดและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ความเครียดสามารถส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์เลี้ยง ทำให้ป่วยง่าย การจัดสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สะอาด มีพื้นที่ให้เคลื่อนไหว และกิจกรรมที่เหมาะสม จะช่วยลดความเครียดและส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี


PetGeneX: เปิดมิติใหม่แห่งการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงในระดับเซลล์

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง PetGeneX ได้นำเสนอแนวคิดใหม่ของการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเชิงลึกในระดับเซลล์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเวชศาสตร์ชะลอวัยและการฟื้นฟูสุขภาพ การทำความเข้าใจและจัดการปัญหาสุขภาพในระดับเซลล์จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

PetGeneX คืออะไร?

PetGeneX เป็นบริการที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์และเข้าใจสุขภาพสัตว์เลี้ยงของคุณในระดับพันธุกรรมและเซลล์ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เราสามารถ:
  • วิเคราะห์ความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรค: ค้นหาแนวโน้มที่สัตว์เลี้ยงของคุณจะป่วยเป็นโรคบางชนิดที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้แต่เนิ่นๆ เช่น โรคหัวใจ โรคไตบางชนิด โรคมะเร็งบางประเภท ด้วยข้อมูลนี้ คุณและสัตวแพทย์จะสามารถวางแผนการป้องกันหรือการตรวจคัดกรองที่เฉพาะเจาะจงได้
  • ประเมินสุขภาพเซลล์และศักยภาพในการฟื้นฟู: ทำความเข้าใจว่าเซลล์ของสัตว์เลี้ยงทำงานได้ดีเพียงใด และมีสัญญาณของการเสื่อมสภาพหรือความเสียหายหรือไม่ เพื่อหาแนวทางในการเสริมสร้างการทำงานของเซลล์และส่งเสริมการฟื้นฟู
  • ปรับแต่งโปรแกรมโภชนาการและอาหารเสริมเฉพาะบุคคล: เมื่อเข้าใจถึงความต้องการเฉพาะในระดับพันธุกรรมและเซลล์ PetGeneX สามารถให้คำแนะนำในการเลือกอาหารและอาหารเสริมที่เหมาะสมที่สุด เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีและชะลอความเสื่อม
  • วางแผนเวชศาสตร์ชะลอวัยเชิงรุก: ด้วยข้อมูลเชิงลึกจาก PetGeneX คุณสามารถวางแผนการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกายในระดับเซลล์ ช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
  • ประโยชน์ของ PetGeneX ในการรับมือกับโรคปี 2025

การลงทุนในบริการของ PetGeneX ตั้งแต่วันนี้จะช่วยให้คุณ:
  • ป้องกันเชิงรุกอย่างแท้จริง: ไม่ใช่แค่การรักษาตามอาการ แต่คือการเข้าใจรากฐานของสุขภาพเพื่อป้องกันก่อนที่โรคจะเกิด
  • เพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตและคุณภาพชีวิต: หากตรวจพบความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ การเตรียมการหรือการแทรกแซงทางการแพทย์ก็จะทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การดูแลแบบเฉพาะบุคคล: สัตว์เลี้ยงแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน PetGeneX ช่วยให้การดูแลสุขภาพมีความแม่นยำและเหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงของคุณที่สุด
  • ความสบายใจของเจ้าของ: การรู้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงของคุณจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นและลดความกังวล


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงในอนาคต

Q1: ฉันควรพาหมาแมวไปตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหนในปี 2025?
A1: โดยทั่วไปแล้ว สุนัขและแมวควรได้รับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละครั้ง แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงสูงวัย สัตว์เลี้ยงที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงสูง อาจจำเป็นต้องตรวจบ่อยขึ้นตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
Q2: อาหารเสริมจำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยงทุกตัวหรือไม่?
A2: ไม่จำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยงทุกตัวค่ะ อาหารเสริมควรพิจารณาตามความต้องการของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัว เช่น อาหารเสริมบำรุงข้อในสุนัขพันธุ์ใหญ่ อาหารเสริมบำรุงขน หรืออาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีภาวะสุขภาพบางอย่าง การปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนให้อาหารเสริมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
Q3: ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าสัตว์เลี้ยงของฉันมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคอะไรบ้าง?
A3: บริการเช่น PetGeneX สามารถทำการวิเคราะห์พันธุกรรมเพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคบางชนิดได้ การปรึกษาผู้ให้บริการและสัตวแพทย์จะช่วยให้คุณเข้าใจผลการวิเคราะห์และวางแผนการดูแลได้อย่างเหมาะสม
Q4: การเลี้ยงแมวระบบปิด (Indoor Cat) ป้องกันโรคได้ทั้งหมดหรือไม่?
A4: การเลี้ยงแมวระบบปิดสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโรคติดต่อหลายชนิดจากภายนอกได้มาก แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงต่อโรคบางชนิด เช่น โรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรคอ้วน หรือโรคเครียดได้ และยังคงต้องได้รับวัคซีนพื้นฐานอย่างครบถ้วน
Q5: PetGeneX เหมาะกับสัตว์เลี้ยงทุกตัวหรือไม่?
A5: PetGeneX เหมาะกับสัตว์เลี้ยงทุกช่วงวัยที่เจ้าของต้องการวางแผนดูแลสุขภาพเชิงรุกและเข้าใจข้อมูลสุขภาพเชิงลึกในระดับเซลล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับลูกสัตว์ที่ต้องการวางแผนป้องกันแต่เนิ่นๆ หรือสัตว์เลี้ยงสูงวัยที่ต้องการชะลอความเสื่อมของร่างกาย
Q6: หากสัตว์เลี้ยงของฉันติดเชื้อโรคติดต่อที่ร้ายแรงในปี 2025 ยังจะมีโอกาสรักษาหายไหม?
A6: โอกาสในการรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของโรค ความรุนแรง การตรวจพบและเริ่มรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยง การปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาโดยเร็วที่สุดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

 
 
การลงทุนในสุขภาพวันนี้ คือการลงทุนในอนาคตของสัตว์เลี้ยง

ปี 2025 อาจนำมาซึ่งความท้าทายใหม่ๆ ในเรื่องสุขภาพสัตว์เลี้ยง แต่ด้วยข้อมูล ความรู้ และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่าง PetGeneX เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนสามารถเตรียมพร้อมและรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษาเมื่อป่วย แต่เป็นการดูแลเชิงรุกที่เริ่มต้นจากการป้องกัน การวางแผน และการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงที่คุณรักมีชีวิตที่ยืนยาว แข็งแรง และมีความสุขไปพร้อมกับคุณ

หากคุณสนใจที่จะมอบการดูแลสุขภาพที่เหนือกว่าให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณ อย่าลังเลที่จะติดต่อ PetGeneX เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์สุขภาพเชิงลึก และวางแผนการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดสำหรับเพื่อนซี้สี่ขาของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของเขาในอนาคต!

ปรึกษาฟรีกับสัตวแพทย์: โทร 062-426-4145
แอดไลน์: @petgenex
เว็บไซต์: www.petgenex-thailand.com

บทความที่เกี่ยวข้อง
PetGeneX คว้ารางวัลระดับโลก iENA 2025 เยอรมนี | นวัตกรรมสเต็มเซลล์สัตว์เลี้ยงจากไทย
PetGeneX สตาร์ทอัพเทคโนโลยีชีวภาพจากประเทศไทย คว้ารางวัล Best Selected Inventions ในงาน iENA 2025 ประเทศเยอรมนี จากนวัตกรรมสเต็มเซลล์จากเลือดสัตว์เลี้ยง
มิติใหม่ของความรักและสุขภาพ “Future Health, Forever Love” งานสัมมนาเพื่อคนรักสัตว์เลี้ยง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา PetGeneX ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ บัตรเครดิต KTC จัดงานเสวนาพิเศษ “Future Health, Forever Love” เพื่อเปิดพื้นที่แบ่งปันองค์ความรู้เรื่องการแพทย์เชิงนวัตกรรมสำหรับสัตว์เลี้ยง ภายในงานอบอวลไปด้วยพลังบวกจากเจ้าของสัตว์เลี้ยง ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์ และนักวิจัยที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ไขข้อสงสัย ทำไมต้องตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงทุกปี?
ทำไมต้องตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงทุกปี? มีความสำคัญอย่างไร? เพื่อคัดกรองโรค ตับ ไต ข้อเสื่อม และภาวะอักเสบตั้งแต่ระยะแรก PetGeneX สรุปให้
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ